สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงเทลอาวีฟ ประเทศอิสราเอล เมื่อวันที่ 8 เม.ย. ว่า กระทรวงมหาดไทยของอิสราเอล รายงานการเกิดเหตุคนร้ายขับรถด้วยความเร็วสูง พุ่งชนกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติ ซึ่งกำลังเดินอยู่บนถนนใกล้กับชายหาด ในกรุงเทลอาวีฟ เมื่อคืนวันศุกร์ที่ผ่านมา ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 1 ราย เป็นนักท่องเที่ยวชายชาวอิตาลี และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีกอย่างน้อย 7 คน เป็นพลเมืองของอิตาลีและสหราชอาณาจักร


ด้านเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง วิสามัญคนร้ายได้อย่างทันท่วงที เปิดเผยข้อมูลเพียงเป็นชายชาวอิสราเอลและมีเชื้อสายอาหรับ จากเมืองคาฟร์ กัสเซ็ม

เจ้าหน้าที่ของอิสราเอล ปฏิบัติงานบริเวณจุดเกิดเหตุ คนร้ายเชื้อสายอาหรับขับรถพุ่งชนประชาชน ในกรุงเทลอาวีฟ


หลังเกิดเหตุ กระทรวงการต่างประเทศอิตาลี ออกแถลงการณ์ประณามอย่างหนัก ขณะที่นายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ผู้นำอิสราเอล สั่งเสริมกำลังตำรวจลาดตระเวนพรมแดน และกำชับให้กองกำลังป้องกันอิสราเอล (ไอดีเอฟ) “ยกระดับการเผชิญหน้าและปราบปราม” การก่อการร้าย


เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเพียงไม่กี่ชั่วโมง หลังหญิงสาวชาวอิสราเอลถือสัญชาติสหราชอาณาจักรร่วมด้วย อายุ 20 ปี และ 16 ปี ซึ่งเป็นพี่น้องกัน ถูกยิงเสียชีวิต โดยคนร้ายไม่ทราบฝ่าย ระหว่างที่รถยนต์ของพวกเธอแล่นผ่านพื้นที่ใกล้กับเขตเวสต์แบงก์ ส่วนมารดาของหญิงสาวทั้งสองคนได้รับบาดเจ็บ


หลังเกิดเหตุ ยังไม่มีบุคคลกลุ่มใดออกมารับสมอ้างว่ามีส่วนเกี่ยวข้อง ด้านกลุ่มฮามาสซึ่งปกครองฉนวนกาซา ออกแถลงการณ์ว่า “เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับการใช้ความรุนแรงของอิสราเอล ที่มัสยิดอัล-อักซอ” ในเขตเมืองเก่าของนครเยรูซาเลม


อนึ่ง รายงานของสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ระบุว่า ระหว่างวันที่ 30 ธ.ค. 2565 ถึง 30 มี.ค. 2566 มีชาวปาเลสไตน์อย่างน้อย 86 ราย เสียชีวิตจากปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่อิสราเอล ส่วนสถิติของทางการปาเลสไตน์ระบุว่า มีชาวปาเลสไตน์เสียชีวิตจากปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่อิสราเอล อย่างน้อย 94 รายแล้ว นับตั้งแต่ต้นปีนี้.

เครดิตภาพ : REUTERS