สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงคาร์ทูม ประเทศซูดาน เมื่อวันที่ 21 เม.ย. ว่า กองกำลังเคลื่อนที่เร็วซูดาน (อาร์เอสเอฟ) ประกาศการหยุดยิงเป็นเวลา 72 ชั่วโมง ตั้งแต่เวลา 06.00 น. ตามเวลาท้องถิ่นของวันศุกร์ (11.00 น. ตามเวลาในประเทศไทย) เนื่องจากอยู่ในช่วงเทศกาลอีดิลฟิตรี และเพื่อเปิดทาง “ระเบียงมนุษยธรรม” ให้แก่ประชาชน ในการอพยพและการเดินทางกลับภูมิลำเนา


การหยุดยิงดังกล่าว เป็นไปตามการเรียกร้องของนายอันโตนิโอ กูเตร์เรส เลขาธิการสหประชาชาติ (ยูเอ็น) อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีท่าทีอย่างเป็นทางการจาก พล.อ.อับเดล ฟัตตาห์ อัล-บูร์ฮาน ผู้บัญชาการทหารสูงสุดของซูดาน และประธานสภาอธิปไตย ซึ่งเป็นผู้ปกครองประเทศ นับตั้งแต่ผ่านพ้นการรัฐประหาร โค่นอำนาจประธานาธิบดีโอมาร์ อัล-บาเชียร์ เมื่อปี 2562


กระนั้น ยังคงมีรายงานการสู้รบเกิดขึ้นเป็นระยะ ในพื้นที่หลายเขตของกรุงคาร์ทูม และเมืองใหญ่อีกหลายแห่งของซูดาน โดยรายงานของสหภาพบุคลากรการแพทย์ซูดาน ยืนยันจำนวนผู้เสียชีวิต มากกว่า 350 ราย และได้รับบาดเจ็บอีกเป็นจำนวนมาก ทว่าจำนวนผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บ “ตามความเป็นจริง” น่าจะสูงกว่านี้มาก

สำหรับชนวนเหตุของการสู้รบระหว่างกองทัพซูดานกับอาร์เอสเอฟ ซึ่งปะทุเมื่อวันที่ 15 เม.ย. ที่ผ่านมา หลังเคยร่วมกันทำรัฐประหาร เมื่อ 4 ปีที่แล้ว มาจากการที่ทั้งสองฝ่ายตกลงกันไม่ได้ เกี่ยวกับหนึ่งในเงื่อนไขสำคัญของกระบวนการเปลี่ยนผ่านอำนาจ ที่นานาชาติให้ความสนับสนุน เพื่อปูทางสู่การเลือกตั้งทั่วไปภายในเดือน ก.ค. 2566 นั่นคือ การจัดตั้งกองทัพแห่งชาติ ที่ฝ่ายหนึ่งต้องยอมผนวกรวมกับอีกฝ่าย.

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES