สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 23 เม.ย. ว่า คำสั่งดังกล่าวจะจัดตั้งสำนักงานความยุติธรรมด้านสิ่งแวดล้อมแห่งใหม่ ภายในทำเนียบขาว เพื่อประสานความพยายามทั่วทั้งรัฐบาล และกำหนดให้หน่วยงานรัฐบาลกลางต้องแจ้งให้ชุมชนทราบ หากมีการปล่อยสารพิษออกจากสถานที่ของรัฐบาลกลาง

“นี่เป็นเรื่องเกี่ยวกับสุขภาพของประชาชน มันเกี่ยวกับสุขภาพของชุมชนของพวกเรา และมันเกี่ยวกับอนาคตของโลกของเรา” ไบเดน กล่าวกับกลุ่มนักเคลื่อนไหว, สมาชิกสภานิติบัญญัติ และคนอื่น ๆ ก่อนลงนามในหนังสือคำสั่ง ที่สวนกุหลาบของทำเนียบขาว

ไบเดน ระบุเสริมว่า คำสั่งข้างต้นจะเน้นการดำเนินการยิ่งขึ้น เพื่อยกเลิกนโยบายที่มีมานานหลายปี รวมถึงนโยบาย “เรดไลน์นิง” ที่แบ่งแยกเชื้อชาติผ่านเขตที่อยู่อาศัยในสหรัฐ ซึ่งส่งผลกระทบต่อชุมชนคนผิวสี และชนกลุ่มน้อยอื่นๆ

“เป็นเวลานานเกินไปแล้ว ที่ชุมชนต่างๆ ทั่วประเทศของเรา ต้องเผชิญกับความอยุติธรรมด้านสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง ทั้งจากมลพิษ, การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานและบริการสำคัญ ในระดับต่ำกว่าที่ควรจะเป็น ตลอดจนผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมอื่นๆ ที่มากเกินไป ซึ่งมักเป็นผลมาจากมรดกของการเลือกปฏิบัติทางเชื้อชาติ” ทำเนียบขาว ระบุในถ้อยแถลง

ด้าน นางแคธลีน เคลลี นักวิชาการอาวุโสจากศูนย์ความก้าวหน้าของอเมริกา กล่าวว่า คำสั่งดังกล่าวตะช่วยให้รัฐบาลกลางรับผิดชอบต่อผลกระทบของนโยบายต่างๆ ที่มีต่อชุมชนผู้มีรายได้น้อย, คนผิวสี และชนพื้นเมืองที่เผชิญกับภยันตราย

“ชุมชนเหล่านี้ประสบกับสภาพความเป็นอยู่ที่ไม่เท่าเทียม ซึ่งเกี่ยวข้องกับการถอนการลงทุนที่เรื้อรัง และการเหยียดเชื้อชาติอย่างเป็นระบบ ที่เพิ่มความเสี่ยงต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ” เคลลี กล่าวในแถลงการณ์.

เครดิตภาพ : REUTERS