น.ส.อธิวีณ์ แดงกนิษฐ์ ผู้อำนวยการฝ่ายเศรษฐกิจยาง กยท. กล่าวว่า กยท. ดำเนินการโครงการพัฒนาตลาดยางพาราให้เป็น Digital Platform ผ่านระบบ Thai Rubber Trade โดยนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยพัฒนาระบบการซื้อขายประมูลยางพารา ให้สามารถเชื่อมโยงข้อมูลกับสำนักงานตลาดกลางยางพาราของ กยท. ทั่วประเทศ ผ่าน Mobile Platform และ Web Application ที่แสดงข้อมูลการซื้อขายแบบ Real Time เพื่อลดระยะเวลาในการทำธุรกรรม โดยผู้ซื้อสามารถเลือกซื้อยางตามความต้องการได้จากตลาดกลางยางพาราทั้ง 8 แห่ง และตลาดเครือข่ายกว่า 200 ตลาด
ทั้งนี้ ระบบ Thai Rubber Trade เป็นการนำเทคโนโลยี Blockchain เข้ามาช่วยในการพัฒนาระบบให้สามารถตรวจสอบการโอนเงิน ลดความเสี่ยงการปลอมแปลงบัญชี และจัดทำสัญญาต่างๆ ด้วย Smart Contact โดยกิจกรรม Go live ระบบ Thai Rubber Trade ครั้งนี้ เป็นการเริ่มใช้งานระบบการซื้อขายยางครั้งแรก ที่สำนักงานตลาดกลางยางพารา จังหวัดเชียงราย ซึ่งได้เชิญผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ทั้งสมาชิกตลาดเครือข่าย สถาบันเกษตรกรชาวสวนยาง และผู้ประกอบการที่ทำการซื้อขายผ่านระบบ ร่วมประชุมเพื่อรับทราบนโยบาย ทำความเข้าใจระบบ นำไปสร้างโอกาสทางการตลาด เกิดการใช้งานระบบได้อย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ระบบยังเข้ามาช่วยสร้างราคาอย่างเป็นธรรม เพิ่มโอกาสขยายช่องทางการตลาดให้แก่เกษตรกรชาวสวนยาง เพื่อรองรับการตรวจย้อนกลับของผลผลิตยางพาราได้
“กยท. เล็งเห็นความสำคัญเรื่องการตรวจสอบย้อนกลับผลผลิตของยางพารา เพื่อรองรับกฎระเบียบของ EU (EUDR : EU Deforestation-free Regulation) ที่เน้นย้ำเรื่องผลผลิตต้องมาจากพื้นที่ปลอดการตัดไม้ทำลายป่า และไม่รุกล้ำป่าสงวน โดยระบบ Thai Rubber Trade จะเชื่อมโยงทะเบียนสมาชิกผู้ขายกับทะเบียนเกษตรกร จึงทำให้ผู้ซื้อมั่นใจได้ว่ายางพาราที่ซื้อจากตลาดกลางของ กยท. และตลาดเครือข่าย สามารถตรวจสอบย้อนกลับไปยังพื้นที่สวนยางที่เป็นแหล่งผลิตได้ และ กยท. มีแผนจะนำระบบฯ ไปใช้กับตลาดยางพารา กยท. อีก 3 แห่ง ได้แก่ จ.ระยอง จ.บุรีรัมย์ และ จ.หนองคาย ภายในเดือนพฤษภาคม และครบทั้ง 8 ตลาดทั่วประเทศ ภายในปีงบประมาณ 2566”



