เมื่อวันที่ 15 พ.ค. ดร.อรรถพล สังขวาสี ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยภายหลังเข้าร่วมการประชุมระดับสูงด้านนโยบายการศึกษาและพัฒนาทักษะที่ใหญ่ที่สุดในโลก มีรัฐมนตรีและปลัดกระทรวงด้านการศึกษาพื้นฐาน ด้านอุดมศึกษา อาชีวศึกษา แรงงาน และด้านการพัฒนาทักษะ กว่า 200 คน รวมทั้งผู้บริหารระดับสูงอีกกว่า 1,000 คน จาก 150 ประเทศทั่วโลก ที่ประเทศอังกฤษ ในช่วงสัปดาห์พระราชพิธีบรมราชาภิเษกของสมเด็จพระเจ้าชาลส์ที่ 3 แห่งสหราชอาณาจักร ว่า ทุกประเทศเห็นตรงกันว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ส่งผลให้เกิดภาวะการเรียนรู้ถดถอย หรือ Learning loss ขึ้น โดยแต่ละประเทศจะได้รับผลกระทบที่มากน้อยแตกต่างกันไป นอกจากนี้ผู้นำทางด้านการศึกษาอย่างประเทศอังกฤษได้มีการนำเสนอในที่ประชุมว่า โลกของการศึกษาในอนาคตจะเปลี่ยนไป จะมีการนำระบบ AI หรือปัญญาประดิษฐ์ รวมถึงระบบดิจิทัลเข้ามาใช้กับตัวผู้เรียนมากขึ้น เพราะจะช่วยลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ห่างไกล หรือชายขอบที่ขาดแคลนบุคลากรผู้สอน และสื่ออุปกรณ์การเรียนการสอน หากนำระบบ AI และระบบดิจิทัลเข้ามาใช้จะช่วยสร้างความเท่าเทียมเท่ากับโรงเรียนที่อยู่ในเมืองได้ ขณะเดียวกันยังมองว่าโลกอาชีพในยุคปัจจุบันได้เปลี่ยนไปมาก เกิดอาชีพใหม่ๆ ขึ้นมากมาย ดังนั้นเด็กยุคใหม่จะต้องได้รับทักษะใหม่ๆ เพื่อทำงานในโลกอนาคต เช่น ทักษะในการตัดสินใจ ทักษะการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ ทักษะการทำงานร่วมกับผู้อื่น ทักษะด้านเทคโนโลยี เป็นต้น แต่ไม่ว่าจะมีทักษะในเรื่องใดก็ตาม สิ่งสำคัญที่สุดก็คือจะต้องมีแผนการเรียนเฉพาะบุคคล เช่น เมื่อเด็กเรียนในสาขาวิชาช่างยนต์ แต่เด็กมีความสนใจทักษะด้านไฟฟ้า ก็ต้องมีแผนการเรียนเฉพาะบุคคลให้เด็กแต่ละคนด้วย รวมถึงต้องมีสมรรถนะความรู้อื่นๆ เพิ่มเติม โดยทุกสมรรถนะต้องได้รับการทดสอบความรู้ในทุกๆ เรื่องที่เป็นมาตรฐานเดียวกัน และเมื่อเด็กจบการศึกษาแล้วจะได้มีทักษะความรู้ที่พร้อมในการทำงาน และเป็นผู้ประกอบการได้
“ในการประชุมผู้บริหารองค์กรหลัก ศธ. ผมจะหยิบยกประเด็นต่างๆ ที่ได้ไปเข้าร่วมประชุมมาพูดคุยกับผู้บริหาร ศธ. เพื่อนำไปปรับใช้เตรียมความพร้อมรองรับการจัดการศึกษาในโลกอนาคตที่สอดคล้องกับเด็กไทย เราต้องวางแผน 10 ปีข้างหน้าว่าเด็กไทยจะมีหน้าตาอย่างไร โดยแยกให้ชัดเจนในแต่ละช่วงชั้น ตั้งแต่ปฐมวัย เด็กสายสามัญ เด็กอาชีวศึกษา ไปจนถึงปริญญา และการจะคิดและทำแผนดังกล่าวได้นั้นเราต้องถามผู้ใช้ ดังนั้น ศธ.จะเชิญ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ มาพูดคุยเพื่อกำหนดแผนการผลิตนักเรียน นักศึกษาไทย 10 ปี รวมถึงการเร่ง Reset Skill ทักษะความรู้ใหม่ๆ ที่กำลังเป็นที่ต้องการของตลาดให้กับผู้ที่มีทักษะความรู้เก่าให้สามารถทำงานต่อไปในโลกยุคปัจจุบันได้ด้วย โดยคาดว่าประมาณปลายเดือน พ.ค. หรือต้นเดือน มิ.ย.นี้ น่าจะเริ่มนัดหมายพูดคุยกับผู้ที่เกี่ยวข้องดังกล่าวได้” ปลัด ศธ. กล่าว.



