“Campus Life” มีผลงานเจ๋งๆ ฝีมือนักศึกษามาฝากกันอีกแล้วจ้า สัปดาห์นี้เป็นผลงานของ นักศึกษาภาควิชาวิศวกรรมอิเล็กทรอนิกส์และโทรคมนาคม คณะวิศวกรรมศาสตร์ มทร.ธัญบุรี ประกอบด้วย “เชษฐ” เชษฐบุตร ปราบพาล, “ตอง” บุณญิสา มาลิตร์ และ “นัฐ” นัฐนัย ปัททุม ที่ร่วมกันออกแบบและพัฒนา “เครื่องปั่นด้ายอัตโนมัติ” ควบคุมด้วยบอร์ดอะดูอีโน่ (Arduino) ร่วมกับระบบพีไอดี (PID) เพื่อเพิ่มความเสถียรของเส้นด้าย และทุ่นแรงคน

“เชษฐ” เป็นตัวแทนของทีมเล่าว่า การปั่นด้ายเป็นวิธีการอย่างหนึ่ง โดยนำเส้นใยที่ทำให้ฟูตัวแล้ว มาดึงให้ยืดเป็นเส้น พร้อมกับบิดเกลียวเพื่อให้เส้นใยเกาะตัวเป็นเส้นยาวติดต่อกัน หรืออธิบายอย่าง่ายๆว่าเป็นการปั่นเส้นใยจนเกิดเป็นเส้นด้าย ปัจจุบันสภาพเครื่องปั่นด้ายบางแห่ง บางพื้นที่ ยังเป็นแบบดั้งเดิมที่อาศัยภูมิปัญญาและการสืบทอดต่อกันมา โดยอุปกรณ์ที่ทำเครื่องปั่นด้ายจะเป็นวัสดุที่มีในชุมชน และการปั่นด้ายแต่ละครั้งใช้เวลาค่อนข้างมากในการปั่น จึงมีการใช้เครื่องจักรในการปั่นด้ายเข้ามาทุ่นแรง แต่เนื่องด้วยเครื่องปั่นด้ายมีขนาดใหญ่ ทั้งยังมีราคาสูง และมีค่าใช้จ่ายในการรักษาซ่อมบำรุงที่มากพอสมควร ทางทีมจึงเกิดไอเดียร่วมกันออกแบบและสร้างเครื่องปั่นด้ายอัตโนมัติโดยใช้ระบบ PID ควบคุมการทำงานของมอเตอร์และเอ็นโค้ดเดอร์ประกอบด้วยโครงสร้างหลักที่มีชุดนับจำนวนรอบการหมุนของมอเตอร์ และชุดควบคุมการเคลื่อนที่ของเส้นด้ายด้วยระบบควบคุมการทำงานโดยใช้บอร์ดอะดูอีโน่ และระบบพีไอดีในการควบคุม

“เชษฐ” บอกอีกว่า การออกแบบโครงสร้างชิ้นส่วนและหลักการทำงานของเครื่องปั่นด้ายอัตโนมัตินี้ประกอบด้วย 2 ส่วน คือส่วนประกอบด้านฮาร์ดแวร์ ได้แก่ โครงสร้างหลักของเครื่องปั่นด้ายอัตโนมัติ มอเตอร์ เอ็นโค้ดเดอร์ และอุปกรณ์ไมโครคอนโทรลเลอร์ต่างๆ และส่วนประกอบด้านซอฟต์แวร์ คือ โปรแกรม Arduino เพื่อควบคุมไปยังระบบ PID และทำงานตามคำสั่งที่ต้องการ โดยกำหนดการนับจำนวนรอบของเส้นด้ายของการควบคุมมอเตอร์เอ็นโค้ดเดอร์ และควบคุมการทำงานลิเนียร์สกรู ในการช่วยให้เส้นด้ายเลื่อนผ่านแกนด้ายอย่างสม่ำเสมอ เมื่อครบจำนวนรอบที่ต้องการ เครื่องปั่นด้ายจะหยุดทำงาน หลังจากนั้นผู้ใช้จะทำการตัดเส้นด้าย เพื่อนำไปใช้งานได้ในส่วนอื่นต่อไป โดยสามารถปั่นด้าย 1 หลอดใช้เวลา 3 นาที เมื่อเทียบกับการปั่นด้ายด้วยมือ 1 หลอด ใช้เวลา 4.5 นาที และมีความยาวของเส้นด้ายเฉลี่ย 57 เมตรต่อ 1 หลอด ซึ่งสามารถควบคุมการปั่นด้ายตามปริมาณความยาวที่กำหนดและเวลาได้

และเพื่อเป็นการทดสอบการทำงานของ “เครื่องปั่นด้ายอัตโนมัติ” ที่พัฒนาขึ้น ทั้งสามคนจึงลงพื้นที่ ชุมชนทอผ้ากลุ่มสตรีทอผ้าพื้นเมืองลายโบราณ หมู่ 15 ต.หนองมะค่าโมง อ.ด่านช้าง จ.สุพรรณบุรี เพื่อทดลองใช้ พบว่าเครื่องปั่นด้ายอัตโนมัติมีการใช้งานได้จริงและตรงต่อความต้องการของทางชุมชน สามารถทุ่นแรงได้และสามารถนำไปใช้งานในกระสวยได้ดี

แต่ทั้งสามคนก็ยอมรับกับทีมงาน “Campus Life” ว่า ยังมีข้อจำกัดที่ต้องพัฒนา ปรับปรุงอยู่ เช่น ระยะเวลาการหมุนต่อหลอด โครงสร้างของเครื่อง และระบบไฟสำรอง ซึ่งทั้ง “เชษฐ”, “ตอง” และ “นัฐ” ก็พร้อมพัฒนาเครื่องปั่นด้ายอัตโนมัติให้สามารถทำงานได้อย่างสมบูรณ์แบบต่อไป



