เออร์ลิง ฮาลันด์  ดาวยิงของ “เรือใบสีฟ้า” ยิงทำลายสถิติในฤดูกาลเดียวของพรีเมียร์ลีก โดยทำไปแล้ว 36 ประตูจาก 33 นัด มากกว่าที่อลัน เชียร์เรอร์ และแอนดี โคลทำได้ 34 ประตูในปี 1990 และ ตอนนี้นักเตะชาวนอร์เวย์ยังทำ 52 ประตูในทุกรายการ รวมถึงการยิง 5 ประตู 1 ครั้ง และแฮตทริกอีก 5 ครั้ง ทำให้ เชียเรอร์ ชมว่า “ถ้าคุณสร้างศูนย์หน้าจากศูนย์ขึ้นมา เออร์ลิง คือสิ่งที่คุณจะเหลือไว้ เขาเป็นเครื่องจักรทำประตู” 

            รายงานข่าวระบุว่า เคล็ดลับของ ฮาลันด คือไม่ละทิ้งความพยายามในการแสวงหาความเป็นเลิศ ถึงขั้นหมกมุ่นอยู่กับการรักษาสภาพร่างกายให้แข็งแรงอยู่เสมอ โดยอ้างว่าอาหารประจำวันของเขาประกอบไปด้วยหัวใจ ตับ นม และลาซานญ่า มีปริมาณแคลอรีสูงถึง 6,000 แคลอรี ซึ่ง ฮาลันด์ ถึงกับกลืนตับเนื้อวัวที่อุดมด้วยคุณค่าทางโภชนาการหลังทำประตูในเกมที่ชนะเอฟเวอร์ตันเมื่อเร็ว ๆ นี้ พร้อมทประกาศว่าอาหารมื้อนี้ “น่ารักจนเลือดอาบ” หลังจากที่แฟนๆ แสดงความประหลาดใจต่อโพสต์อาหารค่ำของเขา ซึ่ง ฮาลันด์ บอกว่า“ผู้คนบอกว่าเนื้อเป็นสิ่งไม่ดีสำหรับคุณ แต่อันไหนล่ะ เนื้อที่คุณหาได้จากแมคโดนัลด์ หรือวัวท้องถิ่นกินหญ้าตรงนั้น ฉันกินหัวใจและตับ” 

ฮาลันด์ ยังได้คิดค้นสมูทตี้นม “ยาวิเศษ” ที่มีผักคะน้าและผักโขมซึ่งเป็นส่วนสำคัญของอาหารของเขส  โดย อัลฟ  พ่อของฮาลันด์ ช่วยรีดนมวัวที่บ้านในนอร์เวย์และส่งปให้ และยังติดตั้งห้องบำบัดด้วยความเย็นในบ้านเพื่อช่วยฟื้นฟูหลังการแข่งขัน รวมทั้งสวมแว่นตาพิเศษเพื่อลดผลกระทบที่ทำให้นอนไม่หลับจากหน้าจอ  นอกจากนั้น ฮาลันด์ ยังกล่าวถึงกุนซือ เปป กวาร์ดิโอลา ว่า  “ผมชอบเล่นภายใต้การคุมทีมของเปป ผมสนุกไปกับทุกๆ เกมมันยาก เขาเรียกร้องมาก แต่ผมพยายามทำให้ดีที่สุดเพื่อพัฒนา”

 ผลกระทบของฮาลันด์ ในทีม ยังรวมถึงในห้องแต่งตัวด้วย ซึ่งเพื่อนร่วมทีมต่างยอมรับในความทุ่มเทอันแน่วแน่ของ ฮาลันด์ โดย แจ็ค กรีลิซ   เผยว่า “เขาเป็นมืออาชีพที่ดีที่สุดเท่าที่ผมเคยเห็นมา เขาทำทุกอย่าง พักฟื้น เข้ายิม บำบัด 10 ชั่วโมงต่อวัน แช่น้ำแข็ง คุมอาหาร ผมสาบานเลยว่าผมจะไม่เป็นแบบนั้น เรามีมิตรภาพที่ดี แต่เขาจะชี้มาที่ผมหลังจบเกมและพูดว่า เฮ้ คืนนี้อย่าออกไปปาร์ตี้กัน ผมแค่บอกให้เขาหุบปากแล้วไปนั่งในอ่างน้ำแข็งของเขา”

สำหรับ “เรือใบ”  มีเป้าทริปเปิลแชม์ โดยมีเกมกับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดในเอฟเอ คัพ รอบชิงชนะเลิศที่เวมบลีย์ ในวันที่ 3 มิ.ย.นี้ ก่อนจะมุ่งหน้าสู่อิสตันบูล เพื่อพบกับ อินเตอร์ มิลาน ในนัดชิงชนะเลิศแชมเปี้ยนส์ ลีกในอีก 7 วันต่อมา

รูป AFP