นายสัตวแพทย์ สมชวน รัตนมังคลานนท์ อธิบดีกรมปศุสัตว์ กล่าวว่า กรมปศุสัตว์ได้ประสานงานกับศูนย์ประสานการปฏิบัติที่ 4 กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) เพื่อขอความร่วมมือในการกำหนดมาตรการป้องกันและปราบปรามการลักลอบนำเข้าโค-กระบือ ตามแนวชายแดนไทย-เมียนมาร ตามที่องค์การสุขภาพสัตว์โลก (WOAH) รายงานว่า พบการระบาดของโรคปากเท้าเปื่อย (Food and Mouth Disease : FMD) ในพื้นที่สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา ทั้งนี้กรมปศุสัตว์ได้ออกประกาศชะลอการนำเข้าโค กระบือ แพะ และแกะ จากสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา ลงวันที่ 1 มีนาคม 2566 แต่พบว่า ยังมีการลักลอบนำเข้าโค-กระบือและเคลื่อนย้ายสัตว์อย่างผิดกฎหมายในบริเวณพื้นที่แนวชายแดนไทย–เมียนมา ส่งผลให้ประเทศไทยมีความเสี่ยงในการแพร่กระจายของโรคระบาดสัตว์ที่อาจติดมากับโค-กระบือ ลักลอบนำเข้า ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ภายในประเทศเป็นวงกว้าง ทั้งยังเป็นการแทรกแซงตลาดโค-กระบือ ในประเทศ ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อราคา จึงจำเป็นต้องมีมาตรการป้องกันและปราบปรามการลักลอบนำเข้าโค-กระบือ ตามแนวชายแดนไทย-เมียนมา อย่างเข้มงวดดังกล่าว
อธิบดีกรมปศุสัตว์กล่าวว่า ได้มอบหมายให้นายบุญญกฤช ปิ่นประสงค์ รองอธิบดีกรมปศุสัตว์ พร้อมด้วยนายชุติพนธ์ ศิริมงคลรัตน์ ผู้อำนวยการกองสารวัตรและกักกัน และนายคมสัน รุ่งเรือง นายสัตวแพทย์ชำนาญการพิเศษ ผู้แทนสำนักควบคุม ป้องกัน และบำบัดโรคสัตว์ พร้อมเจ้าหน้าที่กรมปศุสัตว์ที่เกี่ยวข้องเข้าพบ พล.ท.ภัทราวุฒิ ชุณหะวัณ ผู้อำนวยการศูนย์ประสานการปฏิบัติที่ 4 กอ.รมน. และคณะผู้บริหาร ในวันที่ 31 พฤษภาคม 2566 เพื่อขอความร่วมมือหน่วยงานกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ให้ประสานงานหน่วยงานภายใต้การกำกับดูแล ให้ดำเนินการร่วมกับปศุสัตว์ในพื้นที่เข้มงวดตรวจสอบการลักลอบนำเข้าสัตว์และซากสัตว์และการเคลื่อนย้ายที่ผิดกฎหมายตามแนวชายแดน ตลอดจนประสานผู้ว่าราชการจังหวัดตามแนวชายแดนไทย-เมียนมา ในการออกประกาศเป็นเขตเฝ้าระวังโรคระบาดเพื่อคุมเข้มตามมาตรการป้องกันการลักลอบนำเข้าโค-กระบือ ตามแนวชายแดน
ทั้งนี้ พล.ท.ภัทราวุฒิ ชุณหะวัณ ผู้อำนวยการศูนย์ประสานการปฏิบัติที่ 4 กอ.รมน. พร้อมให้ความร่วมมือในการวางกำลังพลตามแนวชายแดนเพื่อปฏิบัติภารกิจสนับสนุนภารกิจ รวมทั้งมีข้อสั่งการให้หน่วยงานความมั่นคงตามแนวชายแดนไทย-เมียนมา ดำเนินการร่วมกับเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ในพื้นที่ โดย กอ.รมน. จะดำเนินการประสานงานกับผู้ว่าราชการจังหวัดให้เห็นถึงเหตุผลความจำเป็นในการประกาศเขตเฝ้าระวังโรคระบาดสัตว์ในพื้นที่ร่วมด้วย นอกจากนี้ ทางกรมปศุสัตว์จะจัดทำคู่มือแนวการปฏิบัติงานระหว่างกรมปศุสัตว์ กอ.รมน. ตำรวจตระเวนชายแดน และหน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้หน่วยงาน กอ.รมน. แจ้งเวียนให้หน่วยงานภายใต้การกำกับดูแลทราบ และประชาสัมพันธ์แนวทางการปฏิบัติงานเพื่อให้มีประสิทธิภาพสูงสุด อันจะนำไปสู่การแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม



