“CKPower มีความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจด้วยความเอาใจใส่ถึงความรับผิดชอบต่อสังคม ควบคู่กับการพัฒนาองค์กรให้แข็งแกร่งและเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยกิจกรรมเพื่อสังคมอย่างต่อเนื่อง ผ่าน “โครงการหิ่งห้อย” ที่ได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งชื่อโครงการเปรียบบริษัทเหมือนกับหิ่งห้อย ที่เมื่อไปอยู่ที่ใด ที่ตรงนั้นย่อมมีแสงสว่างเกิดขึ้น แม้หิ่งห้อยหนึ่งตัวอาจให้แสงสว่างได้เพียงเล็กน้อย ทว่าร้อยตัว พันตัวรวมกัน ย่อมสร้างแสงสว่างที่ยิ่งใหญ่ได้” นายธนวัฒน์ ตรีวิศวเวทย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีเค พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ CKPower กล่าวถึงความเป็นมาของ “โครงการหิ่งห้อย” กิจกรรมเพื่อสังคมหลักขององค์กรที่จัดทำขึ้น และดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี พ.ศ. 2559 ซึ่งปี พ.ศ. 2566 นี้ ได้ดำเนินเข้าสู่ ปีที่ 7 แล้ว โดยปีนี้จัดขึ้นภายใต้ธีม “พัฒนาสังคมไกล” เพื่อย้ำความมุ่งมั่นของบริษัทที่มุ่งเน้นความสำคัญในการพัฒนาที่ยั่งยืน พร้อมกับการสร้างคุณค่าต่อชุมชน

ทั้งนี้ กิจกรรมใน “โครงการหิ่งห้อย ปี 7” ได้มีการดำเนินงานในพื้นที่เป้าหมาย 2 แห่ง คือที่ โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนไลออนส์มหาจักร 9 อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ และ ศูนย์การเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านแม่มุใน บริษัท ซีเค พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) อุปถัมภ์ อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ ซึ่งทั้ง 2 แห่งอยู่ในสังกัดกองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 33 โดยกิจกรรมทั้ง 2 สถานที่ มีคณะผู้บริหาร และพนักงานเครือ CKPower จำนวน 154 คน เข้าร่วมกิจกรรมในฐานะจิตอาสาและทีมทำงาน ตามเจตนารมณ์ของบริษัทที่มุ่งใช้ความรู้ความสามารถของบุคลากรบริษัทที่เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมพลังงานสะอาดมาช่วยพัฒนาการเข้าถึงระบบไฟฟ้าและสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานที่จำเป็นต่อการใช้ชีวิตประจำวัน ทั้งในประเทศไทย และ สปป.ลาว

สำหรับกิจกรรมที่ โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนไลออนส์มหาจักร 9 นั้น หลังจากทีมงานได้ลงพื้นที่สำรวจ พบว่าสะพานข้ามน้ำแม่แตง-บ้านป่าข้าวหลาม ซึ่งเป็นเส้นทางสัญจรที่สำคัญของชุมชนนั้น ยังไม่มีแสงไฟส่องสว่างยามค่ำคืน ซึ่งอาจทําให้เกิดอุบัติเหตุและเป็นอันตรายขณะที่ใช้เส้นทางในเวลากลางคืนได้ อีกทั้งโรงเรียนยังขาดแคลนการใช้ไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ เนื่องจากระบบแผงโซลาร์ และ Inverter รวมถึงแบตเตอรี่ที่มี อยู่ในสภาพที่ชำรุดเสียหาย ทำให้ต้องแบกรับภาระค่าไฟฟ้าที่สูง เนื่องจากไฟฟ้าที่ใช้ได้จากการปั่นไฟโดยใช้น้ำมันเบนซิน ซึ่งหลังสำรวจพบปัญหา ทางบริษัทจึงจัดทำโครงการหิ่งห้อยปีที่ 7 ขึ้น เพื่อดำเนินการ ดังนี้

1.ออกแบบ วางแผน ติดตั้งไฟถนนระบบพลังงานแสงอาทิตย์ จำนวน 6 จุด ระยะทาง 90 เมตร เพื่อป้องกันการเกิดอุบัติเหตุจากการเดินทางช่วงกลางคืน และเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับชุมชน เมื่อต้องใช้เส้นทางนี้สัญจรในเวลากลางคืน ที่สำคัญยังเป็นการสร้างการเข้าถึงแหล่งพลังงานสะอาดอย่างพลังงานแสงอาทิตย์ อีกทั้งช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการติดตั้งโคมไฟระบบพลังงานแสงอาทิตย์ โดยระบบและอุปกรณ์ที่ได้ติดตั้งให้สามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ 394.12 กิโลกรัมคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี 2.กิจกรรมปูพื้นฐานความรู้พลังงานหมุนเวียน และจัดทำคู่มือการประหยัดพลังงานไฟฟ้า เพื่อให้โรงเรียนเตรียมความพร้อมในการเข้าสู่การใช้ไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ด้วยระบบโซลาร์ 3.จัดทำและวางแผนการศึกษาพฤติกรรมการใช้ไฟฟ้าของโรงเรียน เพื่อนำมาวิเคราะห์และปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ไฟฟ้าที่เหมาะสมกับระบบที่ใช้งานอยู่ ซึ่งนอกจากจะช่วยประหยัดไฟฟ้าแล้ว ยังช่วยยืดอายุอุปกรณ์ที่ใช้งานอีกด้วย โดยกิจกรรมที่เกิดขึ้นใช้ระยะเวลาดำเนินการ 1 เดือน คือตั้งแต่เดือน ต.ค. ถึงเดือน ธ.ค. 2565 และได้มีการส่งมอบไปเมื่อวันที่ 2 ธ.ค. 2565

ส่วนกิจกรรมที่ ศูนย์การเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านแม่มุใน บริษัท ซีเค พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) อุปถัมภ์ ซึ่งทางบริษัทได้เคยเข้าไปจัดสร้างอาคารเรียน บ้านพักครู และบ้านพักนักเรียน ในปี พ.ศ. 2562 และได้มีการกลับเข้าไปติดตามความคืบหน้า กับสำรวจเกี่ยวกับสภาพความเป็นอยู่ รวมถึงสิ่งที่ได้เคยสนับสนุนไปในช่วงระหว่างปี พ.ศ. 2565-2566 เพื่อสำรวจว่าชำรุดทรุดโทรม หรือต้องการในเรื่องใดเพิ่มเติมหรือไม่ โดยหลังการสำรวจ บริษัทจึงได้มีการเข้าไปดำเนินการในด้านต่าง ๆ ประกอบด้วย ด้านเพิ่มการเข้าถึงไฟฟ้าและน้ำสะอาด ผ่าน กิจกรรมให้ความรู้เกี่ยวกับเรื่องพลังงานหมุนเวียน โดยมีพนักงาน CKPower เป็นผู้ให้ความรู้แก่เด็กและเยาวชนในเรื่องการประหยัดไฟฟ้า ตลอดจน จัดทำคู่มือการประหยัดพลังงานไฟฟ้า เพื่อเตรียมความพร้อมในการเข้าสู่การใช้ไฟฟ้าจากระบบโซลาร์ รวมถึงได้มีการเก็บข้อมูลพฤติกรรมการใช้ไฟฟ้าของโรงเรียนเพื่อนำข้อมูลมาวิเคราะห์เพื่อวางแผนต่อไปในการติดตั้งระบบโซลาร์ในอนาคต เพื่อช่วยลดค่าไฟฟ้า ตลอดจนยังได้มีการติดตาม ตรวจสอบสภาพ และปรับปรุงเพิ่มเติมให้กับทางศูนย์การเรียนฯ อาทิ ปรับปรุงอาคารเรียนและอาคารบ้านพักใหม่, ทาสีโต๊ะกับเก้าอี้นักเรียนที่ใช้สำหรับนั่งทานข้าว และ ทาสีป้ายโรงเรียนใหม่ เพื่อให้กลับมาดูสวยงามอีกครั้ง

นอกจากกิจกรรมข้างต้น ทางทีมจิตอาสาและทีมทำงานยังได้ช่วยปรับปรุงด้านอื่น ๆ อาทิ ปรับปรุงระบบน้ำใช้และน้ำดื่ม ด้วยการติดตั้งเครื่องกรองน้ำดื่ม เพื่อให้เด็กนักเรียนและคุณครูมีน้ำดื่มสะอาดที่ถูกต้องตามสุขลักษณะ, ปรับปรุงระบบไฟฟ้าให้ใหม่ และเพิ่มอุปกรณ์ป้องกันไฟฟ้ากระชาก, เปลี่ยนหลอดไฟฟ้าประหยัดพลังงาน เพื่อทดแทนหลอดเดิมที่เสื่อมสภาพ, กิจกรรมเสริมสร้างความรู้การปกป้องฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยการ จัดงานนิทรรศการ “วันเด็กรักษ์โลก” เพื่อให้ความรู้เรื่องของการรักษาทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม และการประหยัดพลังงาน ผ่านกิจกรรมต่าง ๆ เช่น วาดรูประบายสีถุงผ้ารีไซเคิลจากขวดพลาสติก, ค่ายเรียนรู้ระบบสุริยะ, กิจกรรมขดลวดหรรษา เพื่อเรียนรู้ที่มาของพลังงานไฟฟ้าและพลังงานหมุนเวียน, บันไดงูรู้รักษ์พลังงาน เพื่อให้ความรู้เรื่องการประหยัดพลังงานและการรักษาสิ่งแวดล้อม โดยกิจกรรมทั้งหมดใช้ระยะเวลาดำเนินงาน 4 เดือน เริ่มตั้งแต่เดือน ต.ค. 2565 ถึงวันที่ 12 ม.ค. 2566

ทั้งนี้ การดำเนินงานภายใต้ “โครงการหิ่งห้อย ปี 7” ได้มีการวางแผนดำเนินโครงการให้สอดคล้องกับกรอบการดำเนินงานสร้างคุณค่าสู่สังคมใน กลุ่ม CKPower (CSR Strategy Framework 2022-2026) ที่มีพันธกิจสร้างผลตอบแทนที่ดี มั่นคงและเป็นธรรมแก่ผู้ถือหุ้น ตลอดจนให้ความสำคัญอย่างต่อเนื่องกับสิ่งแวดล้อม ชุมชน และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกภาคส่วน โดยนำขีดความสามารถทางด้านพลังงานหมุนเวียนมาสร้างนวัตกรรมเพื่อสังคม มาร่วมสร้างคุณค่าสู่ชุมชนและสิ่งแวดล้อมเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืน และที่สำคัญ

กิจกรรมใน “โครงการหิ่งห้อย ปี 7” นี้ยังได้มุ่งเป้าหมายที่การเพิ่มการเข้าถึงพลังงานหมุนเวียนเพื่อการสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีผ่านการจัดสร้างไฟฟ้าสะอาดเพื่อชุมชน เพื่อให้เด็กและเยาวชนเข้าถึงพลังงานหมุนเวียนที่สอดคล้องกับความต้องการ ทั้งนี้ “โครงการหิ่งห้อย ปี 7” ยังได้เพิ่มกิจกรรมให้ความรู้ด้านพลังงานหมุนเวียนเข้ามา เพื่อเป็นการเสริมสร้างความรู้และการศึกษาทางด้านพลังงานหมุนเวียนให้เด็กและเยาวชน โดยตั้งเป้าไว้ว่าจะมีเด็กและเยาวชนจำนวน 20,000 คน เกิดความรู้และความเข้าใจในเรื่องของพลังงานหมุนเวียน ภายในปี พ.ศ. 2569

และนี่ก็เป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมเพื่อสังคมหลักของ บริษัท ซีเค พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ CKPower เพื่อแสดงถึงความมุ่งมั่นที่จะ พัฒนาการบริหารจัดการธุรกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืน ไปพร้อมกับการสร้างคุณค่าสู่ชุมชน สังคม และประเทศ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญที่ กลุ่มบริษัท CKPower นั้น… ยึดถือและเชื่อมั่นมาตลอด.



