สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 5 ก.ย.ว่าสื่อท้องถิ่นหลายแห่งของสหรัฐรายงานว่า สถิติผู้ป่วยโรคโควิด-19 สะสมในประเทศผ่านหลัก 40 ล้านคนแล้ว โดยอัตราการติดเชื้อเฉลี่ยในรอบ 7 วันล่าสุดอยู่ที่มากกว่า 150,000 คน ตามข้อมูลจากศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค ( ซีดีซี ) เพิ่มขึ้น 123.6% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว 
ขณะที่สถิติผู้เสียชีวิตสะสมมีจำนวนมากกว่า 650,000 ราย โดยค่าเฉลี่ยผู้เสียชีวิตในรอบ 7 วันล่าสุด อยู่ที่ 1,550 รายต่อวัน เพิ่มขึ้น 59% จากสัปดาห์ก่อนหน้า ทั้งนี้ สหรัฐฉีดวัคซีนเข็มแรกให้แก่ประชาชนแล้วประมาณ 207 ล้านคน และมากกว่า 175 ล้านคนได้รับวัคซีนครบแล้ว อย่างไรก็ตาม อัตราการฉีดวัคซีนชะลอตัวตั้งแต่เดือนก.ค.ที่ผ่านมา และยังไม่มีรัฐใดในอเมริกาที่สามารถฉีดวัคซีนให้แก่ประชากรในพื้นที่ได้มากกว่า 70%
ผู้เชี่ยวชาญส่วนใหญ่ในสหรัฐให้ความเห็นไปในทางเดียวกัน ว่าการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ที่ชาวอเมริกันกำลังเผชิญอยู่ตอนนี้ นับเป็นระลอกที่สี่ สามารถ "ลดความรุนแรง" และบรรเทาความตึงตัวของระบบสาธารณสุขได้ด้วยการฉีดวัคซีน  แต่อัตราการฉีดวัคซีนในกลุ่มรัฐทางตอนใต้ยังคงต่ำ โดยเฉพาะที่แอละบามา เทกซัส ฟลอริดา และอาร์คันซอ ซึ่งเหลือเตียงสำหรับผู้ป่วยโรคโควิด-19 อาการวิกฤติ ไม่ถึง 10% แล้ว ด้านซีดีซีเดินหน้าเตือนว่า ผู้ที่ไม่ฉีดวัคซีนมีแนวโน้มป่วยอาการหนัก มากกว่าผู้ที่ฉีดวัคซีนแล้ว 16 เท่า
นอกจากนี้ มีรายงานจากสมาคมกุมารเวชศาสตร์และโรงพยาบาลเด็กอเมริกัน ว่าในรอบสัปดาห์ระหว่างวันที่ 19-26 ส.ค.ที่ผ่านมา มีเด็กในสหรัฐ 203,962 คน ป่วยด้วยโรคโควิด-19 และผู้ป่วยสะสมวัยเด็ก นับตั้งแต่เดือนม.ค.ปีที่แล้ว มีจำนวนเกือบ 4.8 ล้านคน.

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES