วานนี้ (6 มิ.ย. 2566) ทีมทนายความของสถาบันเฮอริเทจจากวอชิงตัน ได้ยื่นคำร้องต่อศาลรัฐบาลกลางสหรัฐ เรียกร้องให้นำเอกสารเกี่ยวกับการอนุญาตเข้าประเทศในประเทศ ในกรณีของเจ้าชายแฮร์รีจากกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิสหรัฐ เผยแพร่ต่อสาธารณะ ตามกฎหมายว่าด้วยเสรีภาพแห่งการรับรู้ข่าวสาร 

แซมมวล ดิวอี หนึ่งในทีมทนายความตัวแทนของสถาบันเฮอริเทจ กล่าวในศาลว่า แม้จะเห็นได้ชัดว่าเป็นกรณีที่เกี่ยวข้องเจ้าชายแฮร์รี แต่โดยเนื้อแท้แล้ว เป็นเรื่องของการตรวจสอบกระทรวงความมั่นคงฯ และการปฏิบัติตามกฎหมายขององค์กร

ขณะที่สถาบันเฮอริเทจยื่นคำร้องนั้น เจ้าชายแฮร์รีไม่ได้ประทับอยู่ในศาล แต่ทรงประทับอยู่ที่กรุงลอนดอน เพื่อขึ้นศาลสูงในคดีของการดักฟังทางโทรศัพท์และรุกล้ำความเป็นส่วนตัวของพระองค์ จากฝีมือของสำนักข่าวสัญชาติอังกฤษ

พระโอรสองค์สุดท้องวัย 38 ชันษา ของสมเด็จพระเจ้าชาลส์ที่ 3 ทรงกล่าวหาหนังสือพิมพ์เดอะ มิร์เรอร์, ซันเดย์ มิร์เรอร์ และซันเดย์ พีเพิล ในเครือมิร์เรอร์กรุ๊ป ว่าได้มาซึ่งข้อมูลส่วนพระองค์ด้วยวิธีการที่ผิดกฎหมาย เช่น การดักฟังทางโทรศัพท์

เจ้าชายและ เมแกน มาร์เคิล พระชายาชาวอเมริกัน ได้ย้ายไปลงหลักปักฐานที่สหรัฐ ตั้งแต่เดือน ม.ค. 2563 หลังจากที่ทั้งคู่ตัดสินใจถอนตัวออกจากการปฏิบัติหน้าที่ของสมาชิกราชวงศ์แห่งอังกฤษ

ขณะอยู่ในศาลสหรัฐ ตัวแทนของสถาบันเฮอริเทจได้ชี้ให้เห็นว่า เจ้าชายแฮร์รี ทรงยอมรับอย่างเปิดเผยว่า เคยเสพยาเสพติดในปริมาณมาก ทั้งในสหรัฐอเมริกาและในต่างประเทศ ซึ่งตามกฎหมายของสหรัฐแล้ว บุคคลที่มีประวัติการใช้สารเสพติด จะไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าประเทศ

ในหนังสือ ‘Spare’ ที่ตีพิมพ์เมื่อตอนต้นปีที่ผ่านมาของเจ้าชายแฮร์รีนั้น มีเนื้อหาบางส่วนที่เปิดเผยว่า ดยุคแห่งซัสเซกซ์ทรงมีประสบการณ์เรื่องการใช้สารเสพติด เช่น กัญชา, โคเคน และยาที่ออกฤทธิ์หลอนประสาท

นอกจากนี้ ทางสถาบันฯ ยังยกตัวอย่างคนดังรายอื่น ๆ เช่น ดิเอโก มาราโดนา ตำนานนักเตะผู้ล่วงลับ, เอมี ไวน์เฮาส์ อดีตนักร้องชื่อดังของอังกฤษ ซึ่งเคยโดนปฏิเสธจากทางการสหรัฐ ไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าประเทศ เนื่องจากเคยมีประวัติในการใช้ยาเสพติด

อย่างไรก็ตาม ทางการสหรัฐชี้แจงว่า แม้เอกสารการขอวีซ่าของเจ้าชายจะได้รับความสนใจจากสาธารณชน แต่ก็ไม่มีเหตุผลหรือความจำเป็นที่จะเผยแพร่เอกสารดังกล่าวให้สาธารณชนรับรู้ โดยก่อนหน้านี้ หน่วยงานสาขาทั้ง 2 แห่งของกระทรวงความมั่นคงฯ ก็ปฏิเสธที่จะเผยแพร่เอกสารการขอวีซ่าของเจ้าชายแฮร์รี โดยไม่ได้รับความยินยอมจากพระองค์เสียก่อน

สำหรับการกรอกเอกสารเพื่อขอวีซ่าเข้าสหรัฐนั้น จะต้องตอบคำถามเกี่ยวกับประวัติการใช้ยาเสพติดด้วย ซึ่งอาจกลายเป็นปัจจัยในการพิจารณาไม่อนุญาตให้เข้าประเทศ กระนั้น ก็ยังมีข้อยกเว้นและอนุมัติวีซ่าให้เป็นรายบุคคล 

ผู้พิพากษา คาร์ล นิโคลัส จากศาลกลาง กำหนดให้กระทรวงความมั่นคงฯ มีเวลาจนถึงวันที่ 13 มิ.ย. นี้ เพื่อให้คำตอบ

เครดิตภาพ : AFP