หลังจากออกมาให้ข้อมูลว่าตลาดจีนและตะวันออกกลาง มีความต้องการวัวเนื้อปีละ 5 ล้านตัว วันนี้ (8 มิ.ย. 66) นายชัย วัชรงค์ นักวิชาการทางด้านการเกษตร ในฐานะคณะกรรมการทางด้านเศรษฐกิจ พรรคเพื่อไทย ได้เปิดเผยผ่านทางเฟซบุ๊กว่าวันนี้ได้พบปะแลกเปลี่ยนและเรียนรู้กับผู้เลี้ยงวัวเนื้อรายใหญ่ของประเทศ โดยมีวิทยากรรับเชิญ 2 ท่านคือ 1) Mr.Spencer Whitaker
Marketing Devepment Manager/Asia Pacific จาก Meat&Livestock Australia (MLA) 2) Mr.Juajun Li General Manager
Guangxi FTZ Daohai International Supply Chain Co.,Ltd. ผู้นำเข้าวัวเนื้อและเนื้อวัวจากจีน

จากเวทีในวันนี้ เห็นว่าโอกาสเปิดกว้าง เพียงแต่ต้องทำงานเชิงรุกจึงจะสามารถคว้าโอกาสเอาไว้ได้ และสิ่งหนึ่งที่เรียนรู้จากการทำงานของ MLA คือรัฐบาลออสเตรเลียอาศัยกลไกการขับเคลื่อนในแบบเอกชนผ่าน MLA ในการพัฒนาธุรกิจเนื้อแดงและปศุสัตว์จนประสบความสำเร็จ ก้าวขึ้นมาเป็นแนวหน้าของโลกได้ ทั้งนี้ Meat&Livestock Australia (MLA) ได้รับงบประมาณในการดำเนินการปีละประมาณ 7,000 ล้านบาท (พอๆ กับงบประมาณของกรมปศุสัตว์ไทย) ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเม็ดเงินที่เก็บจากสมาชิกผู้ประกอบการในวงการ รัฐบาลสมทบทุนเพียงบางส่วนเท่านั้น


ทั้งนี้ ขอมุ่งเน้นว่า 1) ขับเคลื่อนเชิงรุก 2) ขับเคลื่อนด้วยสไตล์เอกชน 3) เล่นกับตลาดพรีเมียมหรือกึ่งพรีเมียม (ตลาดล่างแบบ mass ยังไงก็สู้วัวจากอินเดีย บังกลาเทศ และเมียนมา ไม่ได้) ตลาดนี้เราจะต้องแข่งกับออสเตรเลียเป็นหลัก



