สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ เมื่อวันที่ 10 มิ.ย. ว่า กระทรวงการต่างประเทศเกาหลีใต้เชิญนายสิง ไห่หมิง เอกอัครราชทูตจีนประจำกรุงโซล เข้าพบเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา เพื่อหารือและ “ตักเตือน” เกี่ยวกับการที่เอกอัครราชทูตจีน “ใช้ถ้อยคำยั่วยุ” ซึ่งทำให้รัฐบาลโซล “มีความเสียใจอย่างมาก” เนื่องจากเป็นการวิพากษ์วิจารณ์นโยบายต่างประเทศของเกาหลีใต้ “โดยไม่ได้ตั้งอยู่บนพื้นฐานของความเป็นจริง”


ท่าทีดังกล่าวของรัฐบาลโซลเกิดขึ้น หลังมีการเปิดเผยว่า เอกอัครราชทูตจีนพบหารือกับนายอี แจ-มยอง ผู้นำฝ่ายค้านของเกาหลีใต้ เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา แล้วมีรายงานออกมาว่า ในช่วงหนึ่งของการสนทนา นายสิงเรียกร้องเกาหลีใต้ “เลิกการแบ่งฝ่าย” กับจีน แล้วหันมาฟื้นฟูความร่วมมือระดับทวิภาคี “อย่างจริงจัง”


ขณะเดียวกัน เอกอัครราชทูตจีนกล่าวว่า เกาหลีใต้ “เป็นฝ่ายสร้างอุปสรรค” ต่อการสร้างเสริมความสัมพันธ์ จากการที่รัฐบาลโซลไม่สามารถเคารพ “แกนกลางผลประโยชน์” ของรัฐบาลปักกิ่ง อาทิ เรื่องไต้หวัน และกล่าวเตือนรัฐบาลโซลเกี่ยวกับ “การตัดสินใจที่ผิดพลาด” เกี่ยวกับจีน ซึ่งเป็นผลจาก “การแทรกแซงของปัจจัยภายนอก” โดยเฉพาะแรงกดดันจากสหรัฐ พร้อมทั้งทิ้งท้ายว่า “ใครก็ตามที่คิดว่าจีนจะแพ้ ต้องเป็นฝ่ายเสียใจ”


อีกด้านหนึ่ง นายหวัง เหวินปิน โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีน กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า บรรยากาศความสัมพันธ์ระหว่างจีนกับเกาหลีใต้ที่เป็นอยู่ตอนนี้ “ไม่ใช่เพราะจีน” และเน้นย้ำว่า “เรื่องไต้หวันเป็นกิจการภายในของจีน”


อนึ่ง ย้อนกลับไปเมื่อเดือน เม.ย. ที่ผ่านมา กระทรวงการต่างประเทศจีนเชิญ นายจุง แจ-โฮ เอกอัครราชทูตเกาหลีใต้เข้าพบ หลังประธานาธิบดียุน ซอก-ยอล กล่าวว่า สถานการณ์ข้ามช่องแคบไม่ใช่เรื่องระหว่างจีนกับไต้หวัน แต่เป็นปัญหาระดับโลก เช่นเดียวกับวิกฤติการณ์บนคาบสมุทรเกาหลี บรรยากาศตึงเครียดทางทหารที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เป็นผลจากความพยายามของฝ่ายหนึ่ง “ซึ่งต้องการเปลี่ยนแปลงสถานะผ่านการใช้กำลัง” และรัฐบาลโซลคัดค้านเรื่องนี้.

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES