สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ เมื่อวันที่ 10 มิ.ย. ว่า กระทรวงการต่างประเทศเกาหลีใต้เชิญนายสิง ไห่หมิง เอกอัครราชทูตจีนประจำกรุงโซล เข้าพบเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา เพื่อหารือและ “ตักเตือน” เกี่ยวกับการที่เอกอัครราชทูตจีน “ใช้ถ้อยคำยั่วยุ” ซึ่งทำให้รัฐบาลโซล “มีความเสียใจอย่างมาก” เนื่องจากเป็นการวิพากษ์วิจารณ์นโยบายต่างประเทศของเกาหลีใต้ “โดยไม่ได้ตั้งอยู่บนพื้นฐานของความเป็นจริง”
ท่าทีดังกล่าวของรัฐบาลโซลเกิดขึ้น หลังมีการเปิดเผยว่า เอกอัครราชทูตจีนพบหารือกับนายอี แจ-มยอง ผู้นำฝ่ายค้านของเกาหลีใต้ เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา แล้วมีรายงานออกมาว่า ในช่วงหนึ่งของการสนทนา นายสิงเรียกร้องเกาหลีใต้ “เลิกการแบ่งฝ่าย” กับจีน แล้วหันมาฟื้นฟูความร่วมมือระดับทวิภาคี “อย่างจริงจัง”
China’s ambassador to South Korea said Seoul has much to gain through friendly ties with Beijing and warned pro-US policies could bring it harm https://t.co/bGLdxT5yoW
— Bloomberg (@business) June 9, 2023
ขณะเดียวกัน เอกอัครราชทูตจีนกล่าวว่า เกาหลีใต้ “เป็นฝ่ายสร้างอุปสรรค” ต่อการสร้างเสริมความสัมพันธ์ จากการที่รัฐบาลโซลไม่สามารถเคารพ “แกนกลางผลประโยชน์” ของรัฐบาลปักกิ่ง อาทิ เรื่องไต้หวัน และกล่าวเตือนรัฐบาลโซลเกี่ยวกับ “การตัดสินใจที่ผิดพลาด” เกี่ยวกับจีน ซึ่งเป็นผลจาก “การแทรกแซงของปัจจัยภายนอก” โดยเฉพาะแรงกดดันจากสหรัฐ พร้อมทั้งทิ้งท้ายว่า “ใครก็ตามที่คิดว่าจีนจะแพ้ ต้องเป็นฝ่ายเสียใจ”
อีกด้านหนึ่ง นายหวัง เหวินปิน โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีน กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า บรรยากาศความสัมพันธ์ระหว่างจีนกับเกาหลีใต้ที่เป็นอยู่ตอนนี้ “ไม่ใช่เพราะจีน” และเน้นย้ำว่า “เรื่องไต้หวันเป็นกิจการภายในของจีน”
อนึ่ง ย้อนกลับไปเมื่อเดือน เม.ย. ที่ผ่านมา กระทรวงการต่างประเทศจีนเชิญ นายจุง แจ-โฮ เอกอัครราชทูตเกาหลีใต้เข้าพบ หลังประธานาธิบดียุน ซอก-ยอล กล่าวว่า สถานการณ์ข้ามช่องแคบไม่ใช่เรื่องระหว่างจีนกับไต้หวัน แต่เป็นปัญหาระดับโลก เช่นเดียวกับวิกฤติการณ์บนคาบสมุทรเกาหลี บรรยากาศตึงเครียดทางทหารที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เป็นผลจากความพยายามของฝ่ายหนึ่ง “ซึ่งต้องการเปลี่ยนแปลงสถานะผ่านการใช้กำลัง” และรัฐบาลโซลคัดค้านเรื่องนี้.
เครดิตภาพ : GETTY IMAGES



