เมื่อวันที่ 17 มิ.ย. ที่บริเวณปลายคลองชลประทานส่งน้ำ หมู่ 8 บ้านม่วง อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี ที่เป็นหมู่บ้านทำปศุสัตว์และทำนา นายทศพร ปานรอด ผญบ.หมู่ 8 บ้านม่วง ต.บางเก่า อ.ชะอำ นายเสงียม ญาตินุกูล อายุ 78 ปี ชาวบ้าน และชาวบ้านม่วงที่ทำนา นับ 10 ราย ออกมารวมตัวร้องขอความช่วยเหลือจากชลประทาน เนื่องจากบริเวณปลายคลองชลประทานส่งน้ำบ้านม่วง ระยะทางกว่า 4 กิโลเมตร ปริมาณน้ำในคลองชลประทานไหลมาต่ำกว่าท่อน้ำของชาวนา น้ำไม่ไหลเข้านาของชาวบ้าน ชลประทานปล่อยน้ำมาให้ชาวนาไม่เพียงพอต่อการทำนา ส่งผลให้ข้าวที่กำลังออกรวงเตรียมยื่นต้นตายกว่า 700 ไร่ บางจุดตามท่อน้ำก็มีเศษขยะ กิ่งไม้ใบไม้ และวัชพืชปกคลุม ปิดขวางทางน้ำทำให้น้ำไหลไปไม่ได้ ทางชาวบ้านต้องช่วยกันลงไปขุดลอกท่อเก็บวัชพืชออกจากปากท่อ ทุกครั้งที่ปล่อยน้ำให้ชาวนา 4-5 วันต่อ 1 ครั้ง ประกอบกับชาวบ้านถูกเอกชนรายใหญ่ที่ทำสวนส้มโอนับร้อยไร่ กักน้ำต้นทางให้ไหลเข้าสู่ไร่ส้มโอของเอกชนรายใหญ่ ทำให้น้ำไหลไปไม่ถึงนาของชาวบ้าน ประกอบกับปีนี้ฝนตกลงมาในพื้นน้อย จนชาวนาได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก นานนับ 10 ปีแล้ว

นายเสงี่ยม ญาตินุกูล อายุ 78 ปี ชาวนาบ้านม่วง เปิดเผยว่า สถานการณ์น้ำตอนนี้ชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนมาก ได้มีหน่วยงานเข้ามาดำเนินการขุดคลองชลประทานให้ลึกลงไปจากเดิม ประมาณ 50 เซนติเมตร ทำให้ท่อน้ำที่ชาวนาฝังไว้เดิมระดับน้ำต่ำกว่าท่อ น้ำไม่สามารถไหลเข้าท่อลงนาข้าวของชาวบ้านได้ ชาวบ้านต้องใช้เครื่องสูบน้ำมาติดตั้งสูบน้ำเข้าอีกฝั่งคลองชลประทาน ก่อนย้ายเครื่องสูบน้ำไปสูบน้ำอีกฝั่งท่อลงแปลงนาของชาวบ้าน ต้องสูบน้ำถึง 2-3 ต่อครั้งที่ปล่อยน้ำมา ชาวบ้านต้องสูญเงินค่าน้ำมันเครื่องสูบน้ำไปหลายบาท จนได้รับความเดือดร้อนมาก


นายทศพร ปานรอด ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 8 ตัวแทนชาวบ้าน เล่าว่า สำหรับการแก้ปัญหาให้ชาวบ้าน อยากได้มาแก้ไขระดับพื้นคลองให้กลับมาเหมือนเดิม แต่ทางหน่วยงานจะมาช่วยได้หรือไม่ มากน้อยแค่ไหน ชาวบ้านยังไม่ทราบ หากแก้ไขกลับให้เป็นพื้นเดิม น้ำมาสูง 10-20 ซม. น้ำยังสามารถไหลตามคลองชลประทานเข้าท่อของชาวบ้านได้ แต่ชาวบ้านไม่ทราบว่า งบประมาณจะมีไหม และจะมาดำเนินการแก้ไขให้ใหม่หรือไม่ หรืออีกนานแค่ไหน ชาวบ้านจะพบกับความเดือดร้อนไปอีกนานแค่ไหน หากหน่วยงานยกพื้นก้นคลองขึ้น กลับมาเหมือนเดิม ชาวนาก็ไม่ต้องไปขุดวางท่อใหม่เอง ที่เป็นท่อหลวง 6 จุด หากไม่เร่งดำเนินการแก้ไขให้ ชาวบ้านก็ไม่สามารถทำนาได้ อีกทั้งชาวบ้านจะรวมตัวไปเข้าพบ ผอ.ชลประทาน เพื่อขอพูดคุย และแก้ปัญหาให้ชาวบ้าน หากไม่มีน้ำทำนา นาปังก็ไม่ได้ทำนาปีก็ไม่ได้ทำเช่นกัน จะกลายเป็นปัญหาทับซ้อนให้ชาวบ้าน ชาวบ้านก็ไม่มีอะไรจะกิน ชาวบ้านก็อายุมาก จะไปทำงานก็ไม่มีใครรับ อาชีพหลักของหมู่บ้านคือ ทำนา ทำสวน ปศุสัตว์ เป็นพื้นเพที่ปู่ย่าตายายทำมาให้ จึงวอนขอให้หน่วยงานเข้ามาแก้ไขให้ชาวบ้านด้วย.