สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานจากกรุงแบกแดด ประเทศอิรัก เมื่อวันที่ 19 มิ.ย. ว่า แผ่นหินดังกล่าว ซึ่งมีข้อความที่เขียนด้วยอักษรคูนิฟอร์ม หรืออักษรรูปลิ่ม มีตราสัญลักษณ์ของกษัตริย์ชัลมาเนเซอร์ที่ 3 ราชาแห่งจักรวรรดิอัสซีเรีย ผู้ปกครองแคว้นนิมรอดในช่วง 858-823 ปีก่อนคริสตกาล โดยปัจจุบันเป็นพื้นที่ทางตอนเหนือของอิรัก

แม้จะไม่มีความชัดเจนว่า แผ่นหินอายุเกือบ 3,000 ปี ไปถึงอิตาลีได้อย่างไร แต่ทางการอิตาลีดำเนินการส่งคืนแผ่นหินให้กับประธานาธิบดีอับดุล ลาทีฟ ราชิด ผู้นำอิรัก ซึ่งเดินทางเยือนเมืองโบโลญญา เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว

“ผมขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ของอิตาลี สำหรับความพยายามและความร่วมมือของพวกเขา ในการส่งคืนวัตถุชิ้นนี้” ราชิด กล่าวในระหว่างพิธีส่งมอบโบราณวัตถุให้กับพิพิธภัณฑ์แห่งชาติ ณ ทำเนียบประธานาธิบดีอิรัก ในกรุงแบกแดด

นายฟากัก อัล-บัดรานี รมว.วัฒนธรรมอิรัก ถือแผ่นหินเก่าแก่อายุ 2,800 ปี ซึ่งได้รับคืนจากอิตาลี ระหว่างการแถลง ที่กรุงแบกแดด พร้อมนายลาอิธ มาจิด ฮุสเซน ผู้อำนวยการสภาโบราณวัตถุและมรดกแห่งกรุงแบกแดด (คนขวา)

ขณะที่ นายลาอิธ มาจิด ฮุสเซน ผู้อำนวยการสภาโบราณวัตถุและมรดกแห่งกรุงแบกแดด กล่าวว่า แผ่นหินไปถึงอิตาลีในช่วงทศวรรษที่ 1980 ซึ่งถูกตำรวจยึดไว้ อย่างไรก็ตาม กระทรวงวัฒนธรรมอิรัก ระบุว่า สถานการณ์ที่อยู่เบื้องหลังการค้นพบแผ่นหินนั้นไม่ชัดเจน

กระนั้น ทางกระทรวงเน้นย้ำถึงความสำคัญของวัตถุชิ้นนี้ว่า “มันมีข้อความอักษรรูปลิ่มที่สมบูรณ์”

อนึ่ง โบราณวัตถุหลายชิ้นของอิรักตกเป็นเป้าหมายของการปล้นสะดม ซึ่งเพิ่มขึ้นในช่วงเวลาของความโกลาหล หลังการรุกรานที่นำโดยสหรัฐ เมื่อปี 2546

“เราจะดำเนินการต่อไป เพื่อกู้คืนวัตถุทางโบราณคดีทั้งหมดในประวัติศาสตร์อิรัก ที่อยู่ในต่างประเทศ” ราชิด กล่าว “พวกเราต้องการทำให้พิพิธภัณฑ์แห่งชาติอิรัก เป็นหนึ่งในพิพิธภัณฑ์ดีที่สุดในโลก และเราจะทำให้เป็นเช่นนั้น”.

เครดิตภาพ : AFP