ตามที่วงการฟุตบอลไทยกำลังประสบปัญหาเรื่องของลิขสิทธิ์ถ่ายทอดฟุตบอลไทย ที่มูลค่าตกจากเคยได้สูงสุดปีละ 1,200 ล้านบาท แต่ปัจจุบันที่เปิดประมูลลิขสิทธิ์ มีรายงานว่า มีผู้เสนอราคามาเพียงเจ้าเดียว ในราคาปีละ 50 ล้านบาทเท่านั้น ทำให้ถูกตีตกข้อเสนอ และ 16 สโมสร เตรียมนำการบริหารจัดการสิทธิประโยชน์ มาดูแลเอง
ผู้สื่อข่าวสอบถาม “อุ้ม” ธีราทร บุญมาทัน นักเตะ “ช้างศึก” ทีมฟุตบอลทีมชาติไทย และ “ปราสาทสายฟ้า” บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ซึ่ง เจ้าอุ้ม เผยว่า จริงๆ ต้องออกตัวก่อนว่าไม่ค่อยทราบเรื่องนี้เท่าไหร่จึงไม่ค่อยอยากแสดงความเห็น ส่วนตัวเป็นนักฟุตบอลที่มองแค่ว่านัดต่อไปจะต้องเจอกับใครเท่านั้น อย่างไรก็ตาม ตนคิดว่าทุกคนจะช่วยกันหาทางออกได้ ไม่อยากให้ฟุตบอลไทยไม่มีการถ่ายทอดสด เพราะคนทางบ้านก็รอดูฟุตบอลสโมสร อยากเห็นบอลไทยมีการสนับสนุนที่ดีและยั่งยืน

“ฝากผู้ใหญ่ในวงการกีฬาทุกคนช่วยกันสนับสนุนด้วย เพราะว่ามันส่งผลต่อเด็กและเยาวชน ที่อยากเป็นนักฟุตบอลอาชีพและจะก้าวมาเป็นกำลังสำคัญของทีมชาติ ดังนั้นทุกคนต้องช่วยกันไม่ใช่แค่คนใดคนหนึ่ง” ธีราทร กล่าว
เมื่อถามว่า การที่มูลค่าการประมูลตกลงไป เพราะกระแสฟุตบอลไทยตกลงไปหรือไม่ เจ้าอุ้ม กล่าวว่า ตนไม่คิดว่ากระแสของฟุตบอลตกลงไป เพราะตั้งแต่ที่กลับมารู้สึกได้ว่าคนดูเยอะกว่าตอนที่อยู่ญี่ปุ่นเสียด้วยซ้ำ เพราะตอนนั้นค่อนข้างเงียบเหงา ช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมาคิดว่าบอลไทยกลับมาคึกคักกันแล้ว แฟนบอลสนับสนุนกันมากขึ้นโดยเฉพาะในไทยลีก1 ส่วนไทยลีก 2 แฟนบอลก็ให้การสนับสนุนสโมสรได้ดี ดังนั้นเชื่อว่าไม่ใช่ช่วงตกต่ำของฟุตบอลไทยแน่นอน
ธีราทร กล่าวด้วยว่า ส่วนทีมชาติไทย อาจจะเพราะในเกมอุ่นเครื่อง เฮดโค้ช มาโน โพลกิง ต้องการทดสอบผู้เล่นเพื่อหาตัวที่ดีที่สุดให้พร้อมสำหรับรายการสำคัญทั้งเอเชี่ยนคัพ หรือฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก แต่ไทยก็คว้าแชมป์อาเซียนมาได้ 2 ครั้งติดกัน ซึ่งตอบคำถามเรื่องกระแสบอลไทยได้ดี เพราะได้เห็นแฟนบอลมาให้กำลังใจเต็มสนาม ทุกคนยังสนใจฟุตบอลทีมชาติอยู่ มันไม่ใช่ช่วงที่บอลไทยตกต่ำแน่นอน.



