สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 10 ส.ค. ว่า ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ลงนามในคำสั่งฝ่ายบริหาร จำกัดการลงทุนบางส่วน “ในด้านเทคโนโลยีที่มีความอ่อนไหว” ของสหรัฐในต่างประเทศ
เบื้องต้นยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดมากนัก แต่มีการคาดการณ์ว่า กฎหมายจะมีผลบังคับใช้ในปีหน้า ครอบคลุมการพัฒนาเซมิคอนดักเตอร์ และปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) โดยจะเป็นการห้ามการลงทุนนอกตลาด และธุรกิจร่วมทุนใหม่ เพื่อเป็นการยกระดับการควบคุมการหลั่งไหลของกระแสเงินขาออก
ขณะที่เนื้อหาตอนหนึ่งจากจดหมาย ซึ่งผู้นำสหรัฐยื่นต่อสภาคองเกรส ระบุว่า การเปิดกว้างด้านการลงทุนเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนนโยบายเศรษฐกิจของประเทศ และเรื่องนี้สามารถสร้างผลประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรมให้แก่สหรัฐ
อย่างไรก็ตาม การลงทุนบางอย่างของสหรัฐอาจกลายเป็นตัวเร่ง และเพิ่มความสำเร็จให้กับการพัฒนาเทคโนโลยีและผลิตภัณฑ์อ่อนไหว ในบางประเทศที่อาจพัฒนาสิ่งเดียวกัน เพื่อตอบโต้ศักยภาพของสหรัฐและพันธมิตร
FirstFT: Biden bans US investment in Chinese tech sectors https://t.co/jZVM8MUDNH
— FT Economics (@fteconomics) August 9, 2023
กระนั้น มีการคาดหมายเช่นกันว่า กฎหมายน่าจะยกเว้นให้กับการลงทุนบางประเภท เช่นการซื้อขายหลักทรัพย์ และการถ่ายโอนเทคโนโลยีและสินทรัพย์จากบริษัทแม่ที่อยู่ในสหรัฐ ไปยังบริษัทสาขาในจีน
ทั้งนี้ทั้งนั้น ผู้สันทัดกรณีมองว่า กฎหมายนี้จะมีผลทางจิตวิทยาต่อนักลงทุน ให้ต้องทบทวนการดำเนินงาน และจะมีผลกระทบเกิดขึ้น เมื่อเวลาผ่านไประยะหนึ่ง
แม้ไม่มีการพาดพิงประเทศหนึ่งประเทศใดอย่างเป็นทางการ แต่ทุกฝ่ายเชื่อว่า พุ่งเป้าไปที่จีน และเรื่องนี้อาจส่งผลกระทบต่อความพยายามฟื้นฟูความสัมพันธ์ จากการที่เจ้าหน้าที่ระดับสูงหลายคนของรัฐบาลวอชิงตัน เยือนกรุงปักกิ่งอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่เดือน มิ.ย. ที่ผ่านมา.
เครดิตภาพ : AFP



