เมื่อวันที่ 5 ส.ค. 2566 คริสติน ฮาริลา นักปีนเขาวัย 37 ปีชาวนอร์เวย์ ได้รับการยอมรับว่า เธอกลายเป็นบุคคลที่ทำเวลาได้เร็วที่สุดในการพิชิตยอดเขาที่สูงที่สุดในโลก 14 แห่ง ที่ความสูงกว่า 8,000 เมตร ภายในเวลา 92 วัน  

แต่หลังจากนั้นไม่กี่วัน เธอก็โดนวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักจากชาวโซเชียลมีเดีย เมื่อมีผู้กล่าวหาว่า เธอและทีมปีนเขาเมินเฉยต่อไกด์เชอร์ปาที่ใกล้ตายคนหนึ่งในระหว่างทาง โดยนอกจากไม่สนใจจะให้ความช่วยเหลือใด ๆ เธอยังก้าวข้ามร่างของเขาและเดินทางต่อไปเพื่อทำเวลาให้ได้เป็นสถิติใหม่

ต่อมาในวันที่ 10 ส.ค. 2566 ฮาริลา ก็โพสต์ภาพและข้อความลงบนอินสตาแกรมของเธอ เพื่ออธิบายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมกับยืนยันว่าได้ทำทุกวิถีทางแล้ว เพื่อช่วยเหลือไกด์คนนั้น ซึ่งทราบชื่อในภายหลังว่าคือนายโมฮัมเมด ฮัสซัน วัย 27 ปี

ก่อนตกเป็นข่าวอื้อฉาว ฮาริลา และ เทนจิน “ลามะ” ไกด์ชาวเชอร์ปาจากฝั่งเนปาลของเธอ จบการปีนเขาไต่ระดับสู่ยอดเขาสูงที่สุดในโลกทั้ง 14 แห่ง เมื่อวันที่ 27 ก.ค. 2566 ซึ่งเป็นวันที่เธอเดินทางไปถึงยอดเขา ‘เคทู’ ในเขตปากีสถาน ในเวลาเพียง 92 วัน กลายเป็นสถิติใหม่ของโลก

คริสติน ฮาริลา (กลาง) และ เทนจิน เชอร์ปา (ซ้าย) ที่สนามบินตรภูวัน กรุงกาฏมาณฑุ ประเทศเนปาล

ก่อนหน้านี้ นิรมาล ปูร์จา นักปีนเขาและนักผจญภัยชาวอังกฤษเชื้อสายเนปาล คือผู้ครองสถิติเดิม โดยเขาทำเวลาได้ 6 เดือน 6 วัน เมื่อปี 2562

แต่แล้วความยินดีของ ฮาริลา ก็ต้องมีอันสะดุด เมื่อมีคลิปวิดีโอจากทีมปีนเขาทีมอื่น ซึ่งใช้โดรนถ่ายไว้ เผยแพร่ออกมา โดยเป็นภาพเหตุการณ์ขณะที่ทีมของ ฮาริลา กับทีมนักปีนเขาทีมอื่นอยู่ในช่วงทางเดินแคบ ๆ ก้าวข้ามร่างของ ฮัสซัน ไกด์ชาวเชอร์ปาที่กำลังจะเสียชีวิตของทีมนักปีนเขาทีมหนึ่ง

ต่อมา ฮาริลา อ้างว่า ตัวเธอเอง, ตากล้อง และทีมงานอีก 2 คน พยายามช่วยกันดึงร่างของ ฮัสซัน ขึ้นมาจากช่องคอขวดที่เขาพลัดตกลงไป และติดอยู่เป็นเวลานานถึง 1 ชม. ครึ่ง แต่ไม่สำเร็จ

ฮาริลา อ้างว่าตากล้องของเธอซึ่งระบุเพียงชื่อว่า “เกเบรียล” เป็นคนที่รั้งอยู่เป็นเพื่อน ฮัสซัน พร้อมทั้งแบ่งออกซิเจนและน้ำร้อนให้เขา ส่วนเธอนั้นเห็นว่ามีคนจำนวนไม่น้อยที่รออยู่เป็นเพื่อน ฮัสซัน อยู่แล้ว จึงคิดว่าเขาน่าจะได้รับความช่วยเหลือโดยไม่มีปัญหา 

เธอยังเสริมว่า เกเบรียล ตัดสินใจเดินทางต่อในอีก 1 ชม. ให้หลังเพราะเขาจำเป็นต้องหาออกซิเจนเพิ่ม เพื่อความปลอดภัยของตัวเขาเอง และเมื่อเขาตามมาทัน ฮาริลา เขาก็เล่าว่า ฮัสซัน ไม่น่าจะรอดชีวิตลงไปถึงเบื้องล่างได้ ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าเศร้ามาก

ในช่วงขาลงจากยอดเขา ฮาริลา และทีมของเธอพบว่า ฮัสซัน เสียชีวิตแล้ว ซึ่งเธออ้างว่าทีมของเธอซึ่งมีอยู่ 4 คนนั้น ไม่อยู่ในสภาพที่จะแบกศพใครลงจากเขาได้ และอ้างว่า ตามปกติแล้ว การเคลื่อนย้ายศพลงจากความสูงระดับนั้นอย่างปลอดภัย จะต้องใช้ทีมงานไม่ต่ำกว่า 6 คน

นอกจากนี้ ฮาริลา ยังอ้างว่า ฮัสซัน ไม่มีอุปกรณ์ที่เหมาะสมสำหรับการปีนเขาที่สูงขนาดนั้น เขาไม่มีชุดกันความหนาวหรือถุงมือดี ๆ ด้วยซ้ำ

ฟิลิป เฟลมิก นักปีนเขาชาวออสเตรีย ซึ่งอยู่ในเหตุการณ์ด้วย เล่าว่า ตอนนั้นมีผู้ดูแล ฮัสซัน เพียงคนเดียว ส่วนคนอื่น ๆ ที่เหลือต่างมุ่งหน้าไปยังยอดเขากันต่อ วิลเลม สไตน์เดิล เพื่อนร่วมของทีมเขาเองยังพูดว่า ฮัสซัน ได้รับการปฏิบัติเหมือนเป็นพลเมืองชั้นสอง ถ้าหากเขาเป็นชาวตะวันตก เขาคงจะได้รับความช่วยเหลือในทันที สิ่งที่เกิดขึ้นนั้นน่าละอายใจมากที่มีคนเป็น ๆ โดนทิ้งให้นอนรอความช่วยเหลือ เพื่อให้คนอื่นได้เดินทางต่อไปเพื่อทำสถิติใหม่

สไตน์เดิล ยังเดินทางไปเยี่ยมครอบครัวของ ฮัสซัน หลังจากลงจากเขา ซึ่งเขาเล่าว่า ฮัสซัน ยอมรับงานเป็นคนวางแนวเชือกบนเขาทั้งที่ไม่มีประสบการณ์ เพื่อหาเงินมาจ่ายค่ารักษาให้แม่ของเขาซึ่งป่วยเป็นโรคเบาหวาน

มีรายงานว่า ในวันที่ 5 ส.ค. 2566 เมื่อ ฮาริลา ลงมาถึงเบสแคมป์ เธอและทีมงานได้จัดงานฉลองที่สามารถสร้างสถิติใหม่ เมื่อรวมกับพฤติกรรมที่ชาวโซเชียลมีเดียได้เห็นจากคลิปวิดีโอ เธอจึงโดนตำหนิอย่างรุนแรงจนต้องออกมาแก้ต่างให้ตัวเอง โดยเธออ้างว่าได้รับคำขู่ถึงชีวิตด้วย

ขณะที่มีชาวเน็ตหลายคนวิจารณ์ว่าชัยชนะหรือสถิติใหม่ของเธอนั้น เป็นความสำเร็จที่ “เปื้อนเลือด” ก็ยังคงมีชาวเน็ตอีกหลายคนที่พยายามอธิบายแก้ต่างให้เธอ รวมถึงชี้แจงถึงรายละเอียดของความเสี่ยงอันตรายต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้นได้ หากเธอฝืนช่วย ฮัสซัน 

นอกจากนี้ยังมีชาวเน็ตตั้งคำถามว่า เหตุใด ฮัสซัน จึงไม่ได้สวมเสื้อผ้าหรือมีอุปกรณ์ที่เหมาะสมสำหรับการปีนเขาที่สูงมากขนาดนั้น ซึ่งก็มีผู้เข้ามาตอบว่า “เพราะชีวิตของคนพื้นเมืองมันราคาถูกไงล่ะ” 

อนึ่ง ยอดเขาเคทูของเทือกเขาหิมาลัย ได้ชื่อว่าเป็นยอดเขาที่ปีนขึ้นได้ยากที่สุด รวมทั้งยังมีความเสี่ยงเรื่องหิมะถล่มและการพลัดตกร่องหิน จึงเป็นยอดเขาที่อันตรายที่สุดแห่งหนึ่งของโลก และเคยมีนักปีนเขาเอาชีวิตไปทิ้งที่นี่หลายคนแล้ว 

ที่มา : aljazeera.com

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES