เมื่อวันที่ 13 ส.ค.นายอินทพร จั่นเอี่ยม รองผอ.รักษาราชการแทนผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) กล่าวว่า ตามที่ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญขาการตำรวจแห่งชาติ ร่วมกับพศ. และสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ได้ดำเนินคดีกับกลุ่มคนจีนที่เช่าที่วัดในพื้นที่จ.ชลบุรีเพื่อหลอกขายพระเครื่องให้กับทัวร์จีน นอกจากนี้ยังได้แจ้งข้อกล่าวหาพระครูวิสุทธิ์ธรรมานุสิฐ (สมศักดิ์) เจ้าอาวาสวัดเขาซีจรรย์ จ.ชลบุรี ในความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ โดยได้ส่งสำนวนคดีไปยังป.ป.ช.แล้ว พร้อมจับกุมนางสาวพยอม แม่บ้านของวัด ในความผิดฐานสนับสนุนให้เจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังได้ยึดทรัพย์สินของผู้ต้องหาชาวจีนได้รวมกว่า 100 ล้านบาท และทรัพย์สินของเจ้าอาวาสและเครือญาติ รวมมูลค่ากว่า 137 ล้านบาท ซึ่งนอกเหนือจากวัดในจังหวัดชลบุรีแล้ว พศ.ยังเตรียมขยายผลตรวจค้นวัดในจังหวัดท่องเที่ยวต่างๆ เช่น จังหวัดภูเก็ต กระบี่ เนื่องจากเป็นจังหวัดที่มีนักท่องเที่ยวจำนวนมาก นั้น

นายอินทพร กล่าวต่อไปว่า เมื่อวันที่ 10 ส.ค. นายวีระ จำลอง ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัด (พศจ.) ภูเก็ต พร้อมเจ้าหน้าที่พศจ.ภูเก็ต ได้เข้าพบหารือ พระอุดมวชิรมงคล เจ้าคณะจังหวัดภูเก็ต เพื่อแจ้งให้ทราบในกรณีดังกล่าว เรื่องทัวร์จีนในพื้นที่จังหวัดชลบุรี ซึ่งส่งผลกระทบต่อคณะสงฆ์ และการท่องเที่ยวทางพระพุทธศาสนาของประเทศไทย ซึ่งวัดในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต จำนวน 2 แห่ง คือ วัดลัฏฐิวนาราม และวัดกะทู้ มีการขออนุญาตกันเขตจัดประโยชน์ถูกต้องตามที่ได้รับความเห็นชอบจากมหาเถรสมาคม(มส.) ในการนี้ พระอุดมวชิรมงคล จะแจ้งให้พระสังฆาธิการในระตับเจ้าอาวาสทุกวัดในจังหวัดภูเก็ตได้รับทราบ และให้ถือปฏิบัติตามมติมส. ครั้งที่ 9/2546 มติที่ 158/2546 เรื่องกรณีหลอกลวงขายพระเครื่องให้แก่นักท่องเที่ยวต่างชาติภายในวัด เมื่อวันที่ 10 เม.ย. 2546 และปฏิบัติตามกฎหมายบ้านเมืองอย่างเคร่งครัด เพื่อไมให้ส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยวของจังหวัดภูเก็ต และประเทศไทยในภาพรวม พร้อมกันนี้ พระอุดมวชิรมงคล ยังให้คณะสงฆ์และพศจ.ภูเก็ต ร่วมมือกันสอดส่องดูแลวัดต่างๆ ในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต ให้มีวัตรปฏิบัติเป็นไปด้วยความเรียบร้อยต่อไป

รักษาราชการแทนผอ.พศ.กล่าวต่อไปว่า ทางพศ.ได้แจ้งมติมส. ครั้งที่ 9/2546 มติที่ 158/2546 เรื่องกรณีหลอกลวงขายพระเครื่องให้แก่นักท่องเที่ยวต่างชาติภายในวัด เวียนไปยังพศจ.ทั่วประเทศ เพื่อประสานกับทางเจ้าคณะจังหหวัดทั่วประเทศแล้ว เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดกรณีแบบที่วัดเขาชีจรรย์อีก ซึ่งหากเจ้าอาวาสวัดใดฝ่าฝืนมติมส.ดังกล่าว ปล่อยให้ชาวต่างชาติมาเช่าพื้นที่วัดหลอกขายพระเครื่องปลอม จะมีโทษตั้งแต่พักตำแหน่งไปจนถึงถูกถอดถอนจากตำแหน่ง และยังอาจจะมีความผิดในคดีอาญาด้วย ทางพศ.จึงได้มีการแจ้งย้ำไปยังเจ้าอาวาสทั่วประเทศ เพราะขณะนี้พบว่าชาวต่างชาติโดยเฉพาะชาวจีน ชอบพระเครื่องของไทยอย่างมาก บางคนถึงขนาดไลฟ์สดพิธีพุทธาภิเษกพระเครื่อง พร้อมรับสั่งจองด้วย ซึ่งไม่รู้ว่ามีการตั้งราคาไว้สูงกว่าราคาจริงแค่ไหน และจากการที่ชาวจีนให้ความสนใจพระเครื่อง ยังทำให้เกิดกรณีทำพระเครื่องปลอมออกหลอกขายอีกด้วย