นายเฉลิมชัย สุวรรณรักษ์ อธิบดีกรมประมง เปิดผยหลังร่วมลงนามในสัญญาให้บริการ “โครงการจัดการพลังงานไฟฟ้าจากระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ที่ติดตั้งบนหลังคา (Solar Rooftop)” มุ่งเน้นการจัดการพลังงานด้วยระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานในภาพรวมของประเทศ กับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ว่า กรมประมงมีนโยบายในการจัดการการใช้พลังงานให้มีประสิทธิภาพตามมาตรการอนุรักษ์พลังงาน ด้วยการนำพลังงานทดแทนไปใช้ประโยชน์ในรูปแบบต่าง ๆ โดยเฉพาะการผลิตกระแสไฟฟ้า เนื่องจากเป็นพลังงานธรรมชาติที่สามารถนำมาใช้ทดแทนพลังงานแบบเดิมได้อย่างไม่จำกัด และสามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ กรมประมงจึงร่วมกับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคดำเนินงาน “โครงการจัดการพลังงานไฟฟ้าจากระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ที่ติดตั้งบนหลังคา (Solar Rooftop)” ซึ่งมีระยะเวลาในการดำเนินโครงการ 20 ปี และมีวัตถุประสงค์เพื่อลดค่าไฟฟ้าขององค์กรด้วยการใช้พลังงานสะอาดที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานในอาคารควบคุมภาครัฐ ด้วยการผลิตและใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพตามแผนอนุรักษ์พลังงาน พ.ศ. 2561-2580 รวมถึงพัฒนาหน่วยงานให้เป็นองค์กรต้นแบบในการลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานแก่หน่วยงานอื่น ๆ อย่างเป็นรูปธรรม
สำหรับโครงการดังกล่าว การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจะเป็นผู้ดำเนินการบริหารจัดการระบบ Solar Rooftop ทั้งระบบ ซึ่งได้มีการสำรวจและประเมินพื้นที่ที่มีความเหมาะสม ในการติดตั้งบริเวณกรมประมงส่วนกลาง (บางเขน) แล้วประมาณ 3,489 ตารางเมตร โดยกรมประมงพร้อมต่อยอดขยายผลสำเร็จจากการดำเนินโครงการไปยังหน่วยงานของกรมประมงในส่วนภูมิภาค 5 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดจันทบุรี ระยอง พระนครศรีอยุธยา สมุทรสาคร และสมุทรสงคราม อีกด้วย
ด้าน นายสมปอง ดำรงอ่องตระกูล รองผู้ว่าการธุรกิจและการตลาด การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค กล่าวว่า โครงการจัดการพลังงานไฟฟ้าจากระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ที่ติดตั้งบนหลังคา (Solar Rooftop) ภายในกรมประมง (บางเขน) นี้ เป็นโครงการที่สนับสนุนให้กรมประมงซึ่งเป็นหน่วยงานภาครัฐที่ขานรับนโยบายรัฐด้านการอนุรักษ์พลังงาน สามารถผลิตไฟฟ้าพลังงานสะอาดใช้เอง โดย PEA จะเป็นผู้ดำเนินการบริหารจัดการพลังงานจากระบบ Solar Rooftop แบบครบวงจร ตั้งแต่การสำรวจ ออกแบบ และติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าขนาดกำลังการผลิตติดตั้ง 773.76 กิโลวัตต์สูงสุด (kWp) พร้อมดูแลและบำรุงรักษาระบบตลอดระยะเวลา 20 ปี ซึ่งโครงการนี้สามารถช่วยให้หน่วยงานลดต้นทุนค่าไฟฟ้า ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และส่งเสริมด้านการอนุรักษ์พลังงานในภาพรวมของประเทศอีกด้วย



