สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานจากกรุงกีโต ประเทศเอกวาดอร์ เมื่อวันที่ 22 ส.ค. ว่า เอกวาดอร์เป็น 1 ใน 8 ประเทศที่มีพื้นที่ร่วมกันในลุ่มน้ำแอมะซอน ซึ่งเป็นแหล่งกักเก็บคาร์บอนสำคัญ ที่กำลังเผชิญกับการทำลายอย่างกว้างขวาง ในขณะที่ทั่วโลกพยายามควบคุมการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ
ผู้ลงประชามติเกือบ 59% เลือกที่จะยับยั้งการใช้ประโยชน์ จากแหล่งน้ำมันในอุทยานแห่งชาติยาซูนี ซึ่งเป็นชีวมณฑลมีความหลากหลายมากที่สุดแห่งหนึ่งในโลก
“นี่คือชัยชนะครั้งประวัติศาสตร์สำหรับเอกวาดอร์และโลก” กลุ่มสิ่งแวดล้อม ยาซูนีดอส โพสต์บนสื่อสังคมออนไลน์ “การปรึกษาหารือครั้งนี้ ซึ่งเกิดจากพลเมือง แสดงให้เห็นถึงฉันทามติระดับชาติในเอกวาดอร์ และนับเป็นครั้งแรกที่ประเทศตัดสินใจจะปกป้องชีวิต และปล่อยให้น้ำมันอยู่ใต้ดินต่อไป”
Voters in Ecuador have passed a referendum to prohibit oil drilling in a protected area of the Amazon rainforest, a move hailed as “historic” by environmental activists ⤵️ https://t.co/w8DedupTXF
— Al Jazeera English (@AJEnglish) August 22, 2023
แม้อุตสาหกรรมน้ำมันดิบเป็นหนึ่งในเสาหลักของเศรษฐกิจเอกวาดอร์ ซึ่งสร้างรายได้คิดเป็นประมาณ 10% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) รวมทั้งเป็นประโยชน์ต่อเงินกองทุนและการพัฒนาของรัฐ แต่นักสิ่งแวดล้อมหลายคนประณามการขุดเจาะน้ำมัน ที่ทำให้เกิดมลพิษร้ายแรง ต่อสิ่งแวดล้อมในป่าแอมะซอน
พื้นที่ขุดเจาะน้ำมันดังกล่าว ซึ่งมีชื่อว่า “บล็อก 43” ตั้งอยู่ในเขตสงวนขนาดมากกว่า 1 ล้านเฮกตาร์ และเป็นที่อยู่อาศัยของสายพันธุ์พืชและสัตว์จำนวนมาก รวมถึงชนพื้นเมือง 3 กลุ่ม ซึ่งอยู่ในกลุ่มชนพื้นเมืองชุดสุดท้ายของโลก ที่ตัดขาดจากโลกสมัยใหม่ และขาดการติดต่อกับชุมชนใกล้เคียง
“เอกวาดอร์กลายเป็นประเทศแรกในโลก ที่หยุดการหาประโยชน์จากน้ำมัน เนื่องจากประชาธิปไตยด้านสภาพอากาศโดยตรง” องค์กรด้านสภาพอากาศ รวมถึงยาซูนีดอส และแอมะซอน ฟรอนต์ไลน์ส กล่าวในแถลงการณ์ร่วม.
เครดิตภาพ : GETTY IMAGES



