สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเมืองโจฮันเนสเบิร์ก ประเทศแอฟริกาใต้ เมื่อวันที่ 23 ส.ค. ว่า ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำจีน กล่าวต่อที่ประชุมสุดยอดผู้นำกลุ่มประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ “บริกส์” ที่เมืองโจฮันเนสเบิร์ก เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ว่า “ลัทธิเจ้าโลกหรือการใช้อำนาจครอบงำ ไม่ได้อยู่ในสายเลือดของจีน”


ขณะเดียวกัน สีกล่าวว่า การก่อตั้งและการประชุมบริกส์ “ไม่ใช่การโน้มน้าวให้ประชาคมโลกเลือกข้าง” หรือ “เป็นการสร้างกลุ่มเพื่อการเผชิญหน้า” แต่ “เพื่อขยายขอบเขตของสันติภาพและการพัฒนา” พร้อมทั้งแสดงความเชื่อมั่นว่า บริกส์คือการรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจ ที่มีวัตถุประสงค์เพื่อการเติบโตในทุกมิติ ที่เกี่ยวข้องกับพันธกิจพื้นฐาน ไม่ว่าจะเป็นการเปิดรับสมาชิก หรือการมุ่งมั่นสร้างความเท่าเทียม


อนึ่ง จีนซึ่งถือเป็นสมาชิกทรงอิทธิพลของบริกส์ ที่ก่อตั้งเมื่อปี 2552 โดยอีก 4 ประเทศในกลุ่ม ประกอบด้วย รัสเซีย อินเดีย บราซิล และแอฟริกาใต้ พยายามผลักดันการเพิ่มจำนวนสมาชิกมานานระยะหนึ่งแล้ว

นอกจากนี้ การที่สีเดินทางมาร่วมประชุมที่แอฟริกาใต้ด้วยตัวเอง ซึ่งเป็นการออกนอกประเทศเป็นครั้งที่สองเท่านั้นในปีนี้ ได้รับการวิเคราะห์จากหลายฝ่าย ว่ายิ่งเป็นการตอกย้ำความมุ่งมั่นของรัฐบาลปักกิ่งในเรื่องนี้ ที่มีรายงานด้วยว่า มากกว่า 40 ประเทศ แสดงความสนใจ


อีกด้านหนึ่ง นายเจค ซัลลิแวน ที่ปรึกษาด้านนโยบายความมั่นคงแห่งชาติของทำเนียบขาว กล่าวว่า สหรัฐไม่ถือว่าบริกส์ “คือคู่แข่งทางภูมิศาสตร์การเมือง” อย่างไรก็ตาม รัฐบาลวอชิงตัน “มุ่งมั่นสร้างความสัมพันธ์เชิงบวก” กับอินเดีย บราซิล และแอฟริกาใต้ “พยายามบริหารจัดการความสัมพันธ์” กับจีน และ “เดินหน้าต่อต้าน” การใช้มาตรการทางทหารของรัสเซียในยูเครน


แม้ยังมีสมาชิกเพียง 5 ประเทศ แต่ประชากรในกลุ่มมีสัดส่วนรวมกันประมาณ 40% ของประชากรโลก และบริกส์ยังก่อตั้งธนาคารพัฒนาของตัวเอง เพื่อให้เป็นทางเลือกจากกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) และธนาคารโลก (เวิลด์แบงก์) ที่ตะวันตกเป็นผู้สนับสนุนรายใหญ่ด้วย.

เครดิตภาพ : AFP