สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเมืองโจฮันเนสเบิร์ก ประเทศแอฟริกาใต้ เมื่อวันที่ 23 ส.ค. ว่า ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำจีน กล่าวต่อที่ประชุมสุดยอดผู้นำกลุ่มประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ “บริกส์” ที่เมืองโจฮันเนสเบิร์ก เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ว่า “ลัทธิเจ้าโลกหรือการใช้อำนาจครอบงำ ไม่ได้อยู่ในสายเลือดของจีน”
ขณะเดียวกัน สีกล่าวว่า การก่อตั้งและการประชุมบริกส์ “ไม่ใช่การโน้มน้าวให้ประชาคมโลกเลือกข้าง” หรือ “เป็นการสร้างกลุ่มเพื่อการเผชิญหน้า” แต่ “เพื่อขยายขอบเขตของสันติภาพและการพัฒนา” พร้อมทั้งแสดงความเชื่อมั่นว่า บริกส์คือการรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจ ที่มีวัตถุประสงค์เพื่อการเติบโตในทุกมิติ ที่เกี่ยวข้องกับพันธกิจพื้นฐาน ไม่ว่าจะเป็นการเปิดรับสมาชิก หรือการมุ่งมั่นสร้างความเท่าเทียม
South Africa is hosting the 15th BRICS Summit. The five-member group is discussing the expansion of the bloc with dozens of other countries wanting to join.
— CGTN America (@cgtnamerica) August 23, 2023
Analyst Legend Asuelime explains why there is big interest. #heat pic.twitter.com/WMFe4mM2tm
อนึ่ง จีนซึ่งถือเป็นสมาชิกทรงอิทธิพลของบริกส์ ที่ก่อตั้งเมื่อปี 2552 โดยอีก 4 ประเทศในกลุ่ม ประกอบด้วย รัสเซีย อินเดีย บราซิล และแอฟริกาใต้ พยายามผลักดันการเพิ่มจำนวนสมาชิกมานานระยะหนึ่งแล้ว
นอกจากนี้ การที่สีเดินทางมาร่วมประชุมที่แอฟริกาใต้ด้วยตัวเอง ซึ่งเป็นการออกนอกประเทศเป็นครั้งที่สองเท่านั้นในปีนี้ ได้รับการวิเคราะห์จากหลายฝ่าย ว่ายิ่งเป็นการตอกย้ำความมุ่งมั่นของรัฐบาลปักกิ่งในเรื่องนี้ ที่มีรายงานด้วยว่า มากกว่า 40 ประเทศ แสดงความสนใจ
JUST IN: ???????? China's President Xi Jinping arrives in South Africa for BRICS 15th annual summit. pic.twitter.com/f6pVeT37ZO
— BRICS (@BRICSinfo) August 21, 2023
อีกด้านหนึ่ง นายเจค ซัลลิแวน ที่ปรึกษาด้านนโยบายความมั่นคงแห่งชาติของทำเนียบขาว กล่าวว่า สหรัฐไม่ถือว่าบริกส์ “คือคู่แข่งทางภูมิศาสตร์การเมือง” อย่างไรก็ตาม รัฐบาลวอชิงตัน “มุ่งมั่นสร้างความสัมพันธ์เชิงบวก” กับอินเดีย บราซิล และแอฟริกาใต้ “พยายามบริหารจัดการความสัมพันธ์” กับจีน และ “เดินหน้าต่อต้าน” การใช้มาตรการทางทหารของรัสเซียในยูเครน
แม้ยังมีสมาชิกเพียง 5 ประเทศ แต่ประชากรในกลุ่มมีสัดส่วนรวมกันประมาณ 40% ของประชากรโลก และบริกส์ยังก่อตั้งธนาคารพัฒนาของตัวเอง เพื่อให้เป็นทางเลือกจากกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) และธนาคารโลก (เวิลด์แบงก์) ที่ตะวันตกเป็นผู้สนับสนุนรายใหญ่ด้วย.
เครดิตภาพ : AFP



