สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากนครนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 3 ต.ค. ว่า คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็นเอสซี) มีมติเสียงข้างมาก 13 เสียง รับรองกองกำลังผสมนานาชาตินำโดยเคนยา เพื่อสนับสนุนภารกิจของเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงของเฮติ ในการปราบปรามแก๊งอาชญากรรม
ทั้งนี้ กองกำลังผสมดังกล่าว “ซึ่งไม่ใช่กองกำลังยูเอ็นอย่างเป็นทางการ” แต่เป็น “การมีประเทศหนึ่งเป็นหัวเรือใหญ่ในการประสานงานกับรัฐบาลเฮติ” จะปฏิบัติหน้าที่อย่างน้อย 1 ปี โดยระหว่างนั้นจะมีการประเมินสถานการณ์หลังครบ 9 เดือน ว่าสมควรขยายระยะเวลาประจำการหรือไม่
Today (2 October), the #UNSC will vote on a draft resolution, produced by @EcuadorONU and @USUN, authorising member states to form and deploy a Multinational Security Support mission to #Haiti to help re-establish security in the country.
— Security Council Report (@SCRtweets) October 2, 2023
???? Read more: https://t.co/AlzJtRHqN8
ด้านจีนและรัสเซีย ซึ่งเป็นสมาชิกถาวรของยูเอ็นเอสซีงดออกเสียง โดยให้เหตุผลเกี่ยวกับ “เสถียรภาพการเมืองภายใน” ของเฮติ และตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับ “เจตนา” ของสหรัฐ ทั้งที่ยังไม่สามารถควบคุมปัญหาอาชญากรรมในรัฐฟลอริดา ซึ่งมีพลเมืองเชื้อสายแคริบเบียนอาศัยอยู่มาก
ขณะที่ข้อมูลโดยสํานักงานข้าหลวงใหญ่เพื่อสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (โอเอชซีเอชอาร์) บันทึกสถิติการเกิดอาชญากรรมในเฮติเกือบ 2,800 คดี ระหว่างเดือน ต.ค. ปีที่แล้ว ถึงเดือน มิ.ย. ปีนี้ และมีผู้เสียชีวิตเป็นผู้เยาว์อย่างน้อย 80 ราย
UNSC to vote on resolution that would authorise one-year deployment of international force to help Haiti quell surge in gang violence and restore security pic.twitter.com/GgqNdHGnDH
— TRT World Now (@TRTWorldNow) October 1, 2023
ปัจจุบัน เฮติมีประชากรราว 5.2 ล้านคน เป็นประเทศซึ่งขาดเสถียรภาพทุกด้าน นับตั้งแต่เกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ เมื่อปี 2553 ซึ่งส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 100,000 ราย
อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ยิ่งทวีความรุนแรง เมื่อเกิดเหตุกลุ่มทหารรับจ้างชาวโคลอมเบีย บุกก่อเหตุสังหารประธานาธิบดีโฌเวเนล โมอิส ถึงภายในบ้านพัก ที่กรุงปอร์โตแปรงซ์ เมื่อปี 2564 ส่งผลให้เกิดภาวะสุญญากาศทางการเมือง และเปิดโอกาสให้บรรดาแก๊งอาชญากรรมก้าวขึ้นมามีอิทธิพล.
เครดิตภาพ : AFP



