เมื่อวันที่ 11 ต.ค. ที่ห้องนายก อบต.หนองม่วง อ.บรบือ จ.มหาสารคาม นายเสกสรรณ์ สมมาตย์ ผู้อำนวยการสำนักงาน ป.ป.ช.ประจำจังหวัดมหาสารคาม และเจ้าหน้าที่สำนักงาน ป.ป.ช.ภาค 4 พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนภูธรจังหวัดมหาสารคาม ได้นำกำลังเข้าจับกุม นายเกรียงไกร นายก อบต.หนองม่วง ภายในห้องทำงานพร้อมด้วยของกลางธนบัตรฉบับละ 1,000 บาท จำนวน 20 ฉบับ ในลิ้นชักโต๊ะทำงาน ซึ่งเป็นธนบัตรที่ได้ลงประจำวันไว้เป็นหลักฐานไว้แล้ว หลังจากที่ได้มีพนักงานได้เอาไปมอบให้กับนายเกรียงไกรไว้เพื่อดำเนินการต่อสัญญาจ้างให้ทำงานต่อ

ด้านนายเกียงไกร ให้การปฏิเสธ แจ้งว่า มีน้องคนหนึ่งได้เดินขึ้นมาแล้วนำเงินมาวางไว้แล้วก็เดินออกไป ตนก็ไม่ทราบว่าเป็นค่าอะไร ตนยังไม่ได้เรียกรับอะไร เพราะยังไม่ได้มีการต่อสัญญาจ้างของพนักงานทุกคน ตนยังไม่ได้ต่อให้ใครสักคน เพราะเจ้าหน้าที่กำลังดำเนินการอยู่

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ไม่ปักใจเชื่อ จึงได้นำเอาธนบัตรจากลิ้นชักมาเทียบกับหลักฐานที่ได้ถ่ายเอกสารไว้ จากนั้นจึงได้แจ้งข้อหาซึ่งเป็นความผิดซึ่งหน้า ซึ่งมีพฤติการณ์กระทำความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานเรียก รับ หรือยอมจะรับทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่นโดยมิชอบ เพื่อกระทำการหรือไม่กระทำการอย่างใดในตำแหน่ง ไม่ว่าการนั้นจะชอบหรือมิชอบด้วยหน้าที่ และแจ้งสิทธิผู้ต้องหา นำตัวผู้ต้องหาพร้อมด้วยของกลางส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

นายเสกสรรณ์ สมมาตย์ ผู้อำนวยการสำนักงาน ป.ป.ช.ประจำจังหวัดมหาสารคาม กล่าวว่า ทาง ป.ป.ช.มหาสารคาม ได้รับแจ้งจากพนักงานจ้างตามภารกิจหลายราย จากองค์การบริหารส่วนตำบลหนองม่วง อ.บรบือ จ.มหาสารคาม ว่านายเกรียงไกร นาคแย้ม ตำแหน่งนายก อบต.หนองม่วง ที่หมดสัญญาในวันที่ 30 กันยายน 2566 จำนวนประมาณ 17 ราย โดยเรียกรับเงินค่าต่อสัญญารายละ 15,000-25,000 บาท ขึ้นอยู่กับตำแหน่งและเงินเดือนของแต่ละราย โดยมีผู้เสียหายจำนวน 6 ราย ที่ประสงค์จะดำเนินคดีกับนายก อบต.หนองม่วง จึงได้มาร้องเรียนกับสำนักงาน ป.ป.ช.ประจำจังหวัดมหาสารคาม จากนั้นสำนักงาน ป.ป.ช.ประจำจังหวัดมหาสารคาม จึงได้ประสานไปยังสำนักงาน ป.ป.ช.ภาค 4 เพื่อดำเนินการในการดำเนินการ

ขณะทำการเข้าแสดงตัวและจับกุม ทางนายก อบต. ได้ปฏิเสธว่าเจ้าหน้าที่ได้เอาเงินมาใส่แฟ้มไว้เฉยๆ แล้วก็ไม่ได้พูดอะไร เงินที่มามอบให้ก็ไม่ทราบว่าเป็นเงินอะไร และคิดว่าไม่น่าจะเป็นเงินที่เกี่ยวข้องกับการพิจารณาต่อสัญญา เนื่องจากอ้างว่าตัวเองยังไม่ได้มีการเซ็นสัญญาจ้าง และอยู่ในขั้นตอนที่คณะกรรมการประเมินเพื่อต่อสัญญาจ้างกำลังทำอยู่ แต่อย่างไรก็ตาม หลังจากที่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจะเข้าไปเพื่อชี้ให้นายกเปิดลิ้นชัก ก็พบว่าเงินก้อนที่เป็นหลักฐานได้ถูกนำไปซุกไว้ในลิ้นชักโต๊ะเรียบร้อยแล้ว

จากนี้จะมีการบันทึกคำให้การของผู้ต้องหาและรวบรวมหลักฐานส่งไปที่สำนักงาน ป.ป.ช. ทั้งนี้ ผู้ถูกจับกุมอยู่ในตำแหน่งนายก อบต. ก็เป็นอำนาจของ ป.ป.ช. ที่จะพิจารณาดำเนินการไต่สวนดำเนินคดี หรือให้ตำรวจในท้องที่ดำเนินคดีอาญาได้เลย ซึ่งจะทำให้การพิจารณาคดีรวดเร็วยิ่งขึ้น.