สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส เมื่อวันที่ 18 ก.ย.ว่ากระทรวงการต่างประเทศของฝรั่งเศสเผยแพร่แถลงการณ์ เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ว่าเนื่องด้วย "สถานการณ์ตึงเครียดที่ดำเนินอยู่" ประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง มีคำสั่งให้เอกอัครราชทูตฝรั่งเศสประจำสหรัฐ และเอกอัครราชทูตฝรั่งเศสประจำออสเตรเลีย เดินทางกลับกรุงปารีสเป็นการด่วน "เพื่อการปรึกษาหารือ"
? BREAKING – France recalls its ambassadors to US and Australia in submarine deal backlash https://t.co/1iPnLpfYek pic.twitter.com/8MmumZL3OH
— FRANCE 24 – Breaking (@BreakingF24) September 17, 2021
ขณะที่กระทรวงการต่างประเทศในกรุงวอชิงตัน และกรุงแคนเบอร์รา ออกแถลงการณ์ "เสียใจเป็นอย่างยิ่ง" ต่อการตัดสินใจดังกล่าวของฝรั่งเศส โดยในส่วนของสหรัฐขอยืนยันว่า รัฐบาลปารีส "คือพันธมิตรที่สำคัญ" และสหรัฐ "ให้คุณค่าสูงสุด" กับทุกพลวัตของความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองประเทศ ส่วนนางมาริส เพย์น รมว.การต่างประเทศออสเตรเลีย ยืนยันว่า ฝรั่งเศส "คือพันธมิตรที่มีค่า" แต่รัฐบาลแคนเบอร์รา "ยอมรับการตัดสินใจ" ของรัฐบาลปารีส
[1 of 3]: We have been in close contact with our French allies. We understand their position, and we are aware of their plans to recall Ambassador Etienne to Paris for consultations. France is a vital partner & our oldest ally, and we place the highest value on our relationship. pic.twitter.com/xLci8Y8V6V
— Ned Price (@StateDeptSpox) September 18, 2021
ต่อมา นายฌอง-อีฟว์ เลอ ดริยง รมว.การต่างประเทศของฝรั่งเศส กล่าวว่า การที่ออสเตรเลียยุติความร่วมมือพัฒนาและสร้างเรือดำน้ำร่วมกับฝรั่งเศส "อย่างกะทันหัน" แต่กลับไปจับมือรวมกลุ่มทำข้อตกลงเชิงยุทธศาสตร์ร่วมกับสหรัฐ เพื่อขยายโอกาสด้านนโยบายนิวเคลียร์ "เป็นเรื่องที่รับไม่ได้"

ทั้งนี้ เลอ ดริยง เพิ่งกล่าวเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ประณามข้อตกลงถ่ายทอดเทคโนโลยีเรือดำน้ำ ที่ออสเตรเลียจะได้รับความสนับสนุนจากสหรัฐและสหราชอาณาจักร "เป็นการแทงข้างหลัง" และการดำเนินการแบบนี้ "ไม่ใช้วิสัยของพันธมิตร" พร้อมทั้งเปรียบเทียบประธานาธิบดีโจ ไบเดน "ทำตัวเหมือนทรัมป์" หมายถึงอดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐคนก่อนหน้า
Rupture du "contrat du siècle" par l'Australie : "Le comportement américain me préoccupe. Cette décision unilatérale et brutale ressemble beaucoup à ce que faisait Monsieur Trump", déclare Jean-Yves Le Drian
— franceinfo (@franceinfo) September 16, 2021
Suivez le direct ⤵https://t.co/cEwi3c61QM pic.twitter.com/oLZ44Gm2CY
นอกจากนี้ เลอ ดริยง เปิดเผยด้วยว่า ประมาณ 2 สัปดาห์ ก่อนที่สหรัฐประกาศการตั้งพันธมิตรร่วมกับสหราชอาณาจักรและออสเตรเลีย ในนาม "ออคัส" กระทรวงการต่างประเทศและกระทรวงกลาโหมของออสเตรเลีย ยืนยันหนักแน่นกับฝรั่งเศส ว่าข้อตกลงสร้าง "กองเรือดำน้ำ" มูลค่า 40,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ( ราว 1.3 ล้านล้านบาท ) จะเดินหน้าต่อไปโดยไม่มีอุปสรรค หลังลงนามร่วมกันเมื่อปี 2559 และกำหนดส่งมอบเรือดำน้ำลำแรกจากทั้งหมด 12 ลำ คือภายในปี 2570
อนึ่ง สหราชอาณาจักรยังไม่มีปฏิกิริยาอย่างเป็นทางการ ต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้น แหล่งข่าวระดับสูงในรัฐบาลปารีสให้ข้อมูลเพิ่มเติม ว่าฝรั่งเศสมองการที่รัฐบาลลอนดอนเข้าร่วมกลุ่มออคัส "เป็นการฉวยโอกาส" แต่ "ยังไม่มีความจำเป็น" ที่จะต้องเชิญเอกอัครราชทูตสหราชอาณาจักร "พบหารือ".
เครดิตภาพ : GETTY IMAGES, REUTERS



