นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เปิดเผยว่า กระทรวงฯ และสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (เอ็ตด้า) ได้ประชุมหารือผู้แทนทางการทูตไทย กว่า 10 ประเทศ ความเข้าใจถึงสาระสำคัญและขอบเขตของกฎหมายดิจิทัล แพลตฟอร์ม เซอร์วิส หรือ ก.ม.ดีพีเอส เพื่อช่วยความเข้าใจเกี่ยวกับกฎหมายและร่วมผลักดันให้ธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลต่างชาติ รีบเข้ามาแจ้งข้อมูล การประกอบธุรกิจ ก่อนหมดเขตในวันที่ 18 พ.ย. นี้
“ตั้งแต่เปิดระบบให้แจ้งการประกอบธุรกิจจนถึงปัจจุบัน มีธุรกิจบริการแพลตฟอร์มได้เข้ามาแจ้งแล้ว 205 แพลตฟอร์ม เป็นแพลตฟอร์มที่ประกอบธุรกิจอยู่ในประเทศไทยและต่างประเทศบางส่วน โดยการหารือในครั้งนี้ ก็เพื่อทำความเข้าใจในบทบาทการสนับสนุนการดำเนินงานร่วมกัน ตลอดจนนำไปสู่การผลักดันในเวทีระหว่างประเทศต่อไป หลังจากปัจจุบันเอ็ตด้าพบประเด็นข้อร้องเรียนปัญหาออนไลน์เข้ามาจำนวนมาก ในปี 66 มีกว่า 6 หมื่นราย ส่วนใหญ่เกิดปัญหาบนแพลตฟอร์มดิจิทัล”

นายประเสริฐ กล่าวต่อว่า จากการหารือเบื้องต้น ผู้แทนทางการทูตของไทยได้ร่วมแสดงความคิดเห็น และประเด็นซักถามเพื่อทำความเข้าใจ เช่น ประเด็นการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในต่างประเทศ กรณีฝั่งยุโรปจะมีหน่วยงานที่ดูแลกฎหมายดีเอสเอ ซึ่งเป็นกฎหมายที่มีความใกล้เคียงกับกฎหมายดีพีเอส ของไทย ดังนั้น การมีช่องทางในการสื่อสารกับภาครัฐ และเอกชนในต่างประเทศ จึงเป็นกลไกที่สำคัญ และในระยะยาว จะมีการจัดส่งข้อมูล เพื่อสนับสนุนกับทางผู้แทนทางการทูต เพื่อเร่งสื่อสารให้ผู้ที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะผู้ประกอบธุรกิจ บริการแพลตฟอร์มดิจิทัลซึ่งอยู่นอกราชอาณาจักรไทย ให้เร่งดำเนินการเข้ามาแจ้งข้อมูลการประกอบธุรกิจกับ เอ็ตด้าตามกฎหมาย เพื่อให้การดูแลธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลของไทย มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นต่อไป
นอกจากนี้ ยังมีในส่วนกรณี การปฏิเสธความรับผิดชอบของแพลตฟอร์ม หากเกิดปัญหาจากการซื้อขายทางออนไลน์ ซึ่งประเด็นเหล่านี้ ทางกระทรวงดีอี และ เอ็ตด้า ได้มีการหารือร่วมกับแพลตฟอร์มรายใหญ่ๆ มาอย่างต่อเนื่อง สำหรับกำหนดแนวทางและการแก้ไขปัญหาร่วมกัน รวมถึงการยกระดับการดำเนินงานในระยะยาวด้วย.



