สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานจากกรุงปักกิ่ง ประเทศจีน เมื่อวันที่ 12 พ.ย. ว่า ตามรายงานล่าสุดของบริษัทที่ปรึกษา “เบน” ยอดขายในวันคนโสดของปีที่แล้วสูงถึง 1.1 ล้านล้านหยวน (ราว 5.5 ล้านล้านบาท) แต่ในกลุ่มผู้บริโภคที่บริษัทสำรวจในปีนี้ราว 77% ระบุว่า พวกเขาไม่ได้วางแผนใช้จ่ายมากกว่าปกติ ในช่วงเทศกาลลดราคา
บัณฑิตคนหนึ่งกล่าวว่า ผู้คนในทุกวันนี้บริโภคน้อยลง ไม่มีความต้องการที่จะซื้อของหลายอย่างมากนัก และใช้โอกาสในเทศกาลลดราคา เพื่อจับจ่ายผลิตภัณฑ์ที่จำเป็นในชีวิตประจำวันแทน ขณะที่คนอีกส่วนระบุเสริมว่า ข้อเสนอต่าง ๆ ในปีนี้ไม่เหมือนในอดีต และบางเว็บไซต์ขึ้นราคาสินค้าไว้ล่วงหน้า เพียงเพื่อลดราคาให้เหลือประมาณราคาเดิมในช่วงวันหยุดเท่านั้น
China's 'Singles Day' shopping bonanza loses its lustre https://t.co/VwArOt2RJG pic.twitter.com/ujiAiLym4W
— CNA (@ChannelNewsAsia) November 11, 2023
ด้านนายวินเซนต์ มาเรียน ผู้ร่วมก่อตั้ง “วีโอทู เอเชีย แปซิฟิก” บริษัทให้คำปรึกษาที่เชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจดิจิทัล กล่าวว่า ยอดขายในวันคนโสดยังคงเกิน 1 ล้านล้านหยวน (ราว 5 ล้านล้านบาท) เป็นปีที่สองติดต่อกัน อย่างไรก็ตาม มันมีความซบเซาจากการเปลี่ยนแปลงในพฤติกรรมของผู้บริโภคชาวจีน ซึ่งคำนึงถึงการใช้จ่าย และหันมาออมเงินมากขึ้น
นอกจากนี้ มาเรียนยังชี้ให้เห็นว่า 42% ของผู้จับจ่ายใช้สอยในวันคนโสดในปีนี้ สั่งซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคในชีวิตประจำวัน และลดการซื้อในกลุ่มสินค้าฟุ่มเฟือย ส่วนสตรีมเมอร์หลายคนกล่าวเพิ่มเติมว่า พวกเขาสังเกตเห็นการชะลอตัว เมื่อเทียบกับมหกรรมชอปปิงครั้งก่อนหน้า
อนึ่ง ยอดขายที่ชะลอตัวข้างต้น เกิดขึ้นหลังมีการประกาศว่า จีนกลับเข้าสู่ภาวะเงินฝืด เมื่อเดือน ต.ค. ที่ผ่านมา ซึ่งในขณะเดียวกัน รัฐบาลปักกิ่งพยายามพยุงเศรษฐกิจที่ย่ำแย่ของประเทศ ด้วยการเปิดเผยชุดมาตรการต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การมุ่งเป้าไปที่ภาคส่วนอสังหาริมทรัพย์ที่ซบเซา รวมถึงการประกาศแผนการใช้จ่ายด้านโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่.
เครดิตภาพ : AFP



