ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า รัฐบาลมีเป้าหมาย ต้องการให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้น 3 เท่า ภายใน 4 ปี สอดคล้องกับภารกิจของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่มุ่งเน้นการพัฒนาสินค้าเกษตรให้มีมูลค่าสูง พัฒนาทรัพยากรเกษตรให้ยั่งยืน เพื่อให้ภาคเกษตรไทยคือผู้นำสินค้าเกษตรในตลาดโลก และหนึ่งในนโยบายที่ให้ความสำคัญ คือ การผลักดันส่งเสริมการเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตรสร้าง 1 ท้องถิ่น 1 สินค้าเกษตรมูลค่าสูง เพื่อสร้างรายได้ สร้างโอกาสให้พี่น้องเกษตรกร รวมทั้งส่งเสริมการทำเกษตรที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม (Go Green) ด้วย BCG/Carbon Credit เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งรากฐานที่จะนำไปสู่ความสำเร็จของนโยบายต่าง ๆ นี้ คือองค์ความรู้ในการทำการเกษตร และการนำงานวิจัยและนวัตกรรม เข้ามาช่วยเพื่อแก้ปัญหาและพัฒนาภาคการเกษตร

 “กระทรวงเกษตรฯ ให้ความสำคัญกับการขับเคลื่อนงานวิจัยเพื่อการเกษตร และผลักดันงานวิจัยมาสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม โดยสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) และกรมวิชาการเกษตร จะต้องร่วมมือกันนำผลงานวิจัยไปเผยแพร่และขยายผลในรูปต่าง ๆ เพื่อให้เกิดประโยชน์กับพี่น้องเกษตรกรและประชาชนทั่วไป ซึ่งงานวิจัยและนวัตกรรมต่าง ๆ นี้ จะช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตของเกษตรกรให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น สร้างรายได้ ลดภาระหนี้สิน และลดต้นทุน กระทรวงเกษตรฯ จึงได้มุ่งเน้นให้เกิดการปรับเปลี่ยนจากการทำเกษตรแบบเดิม โดยยกระดับภาคเกษตรเข้าสู่การเกษตรสมัยใหม่ โดยยึดหลัก ตลาดนำ นวัตกรรมเสริม เพิ่มรายได้ อีกทั้ง ต้องบูรณาการความร่วมมือกันระหว่าง ภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน”

ดร.วิชาญ อิงศรีสว่าง ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร กล่าวว่า ตลอดระยะเวลา 20 ปีที่ผ่านมา สวก. พัฒนาและเติบโตมาอย่างต่อเนื่อง โดยขณะนี้ มีผลงานที่ผลักดันไปสู่การใช้ประโยชน์แล้วกว่า 900 โครงการ มีผลการประเมินมูลค่าผลกระทบทางเศรษฐกิจ สังคมและสิ่งแวดล้อมจากการนำผลงานวิจัยไปใช้ประโยชน์ รวมกว่า 15,000 ล้านบาท การจัดงานในครั้งนี้ จึงได้นำงานวิจัย ที่ตอบโจทย์การทำเกษตรกรรมยุคใหม่ที่มีประสิทธิภาพ มีการนำไปใช้จริงและมีการขยายผลแล้ว มาจัดแสดงเป็นไฮไลท์ของงานในโซน 20 ปี ของ สวก. และโซน 6 เมกะเทรนด์เปลี่ยนโลก ได้แก่  1) Agritechnology  2) Coffee & Tea  3) Food & Beverage  4) BCG  5) Health & Beauty และ 6) Agricultural Sustainability