เมื่อวันที่ 17 พ.ย. นายพนมบุตร จันทรโชติ อธิบดีกรมศิลปากร ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าโครงการท่องเที่ยวโบราณสถานยามราตรี ในพื้นที่ จ.พระนครศรีอยุธยา เยี่ยมชมกิจกรรมตลาดย้อนยุค อยุธยาไนท์มาร์เก็ต บริเวณลานด้านข้างวัดราชบูรณะ และกิจกรรม “ราตรีนี้…ที่วัดไชยวัฒนาราม”

อธิบดีกรมศิลปากร กล่าวว่า จากผลการดำเนินงานการท่องเที่ยวโบราณสถานยามราตรีที่วัดไชยวัฒนาราม เป็นตัวชี้วัดที่สำคัญ แสดงให้เห็นถึงการสนับสนุนนโยบายการดำเนินการแบบควิกวิน (Quick Win) ของรัฐบาล นอกจากจะส่งผลสำเร็จด้านการท่องเที่ยว คือจำนวนนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น และทำให้นักท่องเที่ยวเหล่านั้นหันมาพักค้างแรมในอยุธยามากขึ้น ยังทำให้ธุรกิจในท้องถิ่นที่เกี่ยวข้อง เช่น ร้านเช่าชุดไทย ร้านอาหาร บริการต่าง ๆ มีผลประกอบการที่ดีขึ้นอย่างมาก กรมศิลปากรจึงมีแนวคิดต่อยอดความสำเร็จดังกล่าว โดยขยายเวลาเปิดให้บริการพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เจ้าสามพระยา ซึ่งจัดแสดงเครื่องทองสมัยอยุธยาที่สวยงามและมีจำนวนมากที่สุดของประเทศไทย และเปิดให้เข้าชมวัดราชบูรณะ ยามค่ำคืน เพิ่มเติม ซึ่งเริ่มวันที่ 17 พ.ย.เป็นต้นไป เพื่อเชื่อมโยงเรื่องราว และทำให้นักท่องเที่ยวมีสถานที่ท่องเที่ยวยามค่ำคืนเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ ได้จัดตั้งตลาดย้อนยุค อยุธยาไนท์มาร์เก็ต ขึ้นบริเวณลานด้านข้างวัดราชบูรณะ เพื่อรองรับนักท่องเที่ยว โดยตลาดอยุธยาไนท์มาร์เก็ต เปิดทุกวันศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 16.00-21.00 น.

นายพนมบุตร กล่าวอีกว่า สำหรับกิจกรรม “ราตรีนี้…ที่วัดไชยวัฒนาราม” ซึ่งเปิดให้เข้าชมในเวลา 18.00–22.00 น. ทุกวันศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ วันหยุดนักขัตฤกษ์ และเทศกาลสำคัญนั้น จะมีการเปิดให้เข้าชมเป็นพิเศษติดต่อกัน 5 วัน ระหว่างวันที่ 17-21 พ.ย. เพื่อเป็นการต้อนรับลมหนาว ซึ่งหลังจากมีการจัดกิจกรรมดังกล่าว ส่งผลให้มีนักท่องเที่ยวไปเที่ยวชมวัดไชยวัฒนารามยามราตรีเพิ่มมากขึ้นจากเดิมถึง 30%