สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงเทลอาวีฟ ประเทศอิสราเอล เมื่อวันที่ 22 พ.ย. ว่า นายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู กล่าวว่า อิสราเอลยังคงอยู่ท่ามกลางสงครามกับกลุ่มฮามาส แม้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเตรียมมีมติรับรอง ข้อตกลงสงบศึก “ชั่วคราว” ซึ่งเงื่อนไขสำคัญจะเป็นการหยุดยิงนานสูงสุด 5 วัน ในฉนวนกาซา


ขณะที่กลุ่มฮามาสต้องปล่อยตัวประกัน 50 คน จากทั้งหมดราว 240 คน เน้นผู้หญิงและเด็ก โดยการปล่อยตัวประกันจะแบ่งเป็นกลุ่ม กลุ่มละ 12-13 คนต่อวัน จนครบช่วงเวลาของการหยุดยิง และทุกรอบการปล่อยตัวประกัน อิสราเอลจะปล่อยนักโทษชาวปาเลสไตน์ ซึ่งคาดว่าจะเน้นผู้หญิงและเด็กเช่นกัน จนครบจำนวนตามเงื่อนไข คือประมาณ 150 คน


ด้านแหล่งข่าวในรัฐบาลอิสราเอลเปิดเผยด้วยว่า หากกลุ่มฮามาสแสดงความพร้อมปล่อยตัวประกันมากกว่านี้ อิสราเอลพร้อมขยายระยะเวลาของการพักรบเช่นกัน


ทั้งนี้ ข้อตกลงดังกล่าวซึ่งมีกาตาร์ทำหน้าที่คนกลาง และใช้เวลานานหลายสัปดาห์ในการเจรจา จะมีผลภายในระยะเวลา 24 ชั่วโมง เมื่อมีการประกาศอย่างเป็นทางการ


อีกด้านหนึ่ง กองทัพอิสราเอลปิดล้อมเมืองจาบาลิยา ทางตอนเหนือของฉนวนกาซา ซึ่งเป็นการขยายขอบเขตของปฏิบัติการภาคพื้นดิน ออกจากเมืองกาซาซิตี ซึ่งเป็นเมืองใหญ่ที่สุดในพื้นที่ ขณะที่กองทัพอากาศปฏิบัติการโจมตีอุโมงค์ของกลุ่มฮามาสอย่างน้อย 3 แห่ง ในเมืองจาบาลิยา


ด้านกระทรวงสาธารณสุขปาเลสไตน์รายงานว่า โรงพยาบาลทุกแห่งในภาคเหนือของฉนวนกาซา ไม่สามารถให้บริการประชาชนได้อีก โดยโรงพยาบาลอัล-ชีฟา ซึ่งเป็นสถานพยาบาลขนาดใหญ่ที่สุด และทหารอิสราเอลเข้ามาปฏิบัติการ ตั้งแต่กลางสัปดาห์ที่แล้ว และโรงพยาบาลอินโดนีเซีย ซึ่งเป็นโรงพยาบาลขนาดใหญ่รองลงมา กำลังอยู่ท่ามกลางวงล้อมของกองทัพอิสราเอล


ส่วนข้อมูลจากสำนักงานบรรเทาทุกข์และจัดหางานของสหประชาชาติ สำหรับผู้ลี้ภัยปาเลสไตน์ในตะวันออกใกล้ (ยูเอ็นอาร์ดับเบิลยูเอ) ระบุว่า จากจำนวนผู้เสียชีวิตในฉนวนกาซามากกว่า 14,000 ราย นับตั้งแต่สงครามระหว่างอิสราเอลกับกลุ่มฮามาสปะทุ เมื่อวันที่ 7 ต.ค. ที่ผ่านมา โดยราว 75% เป็นเด็ก ผู้หญิง และคนชรา ส่วนสถิติผู้ไร้ที่อยู่อาศัยและต้องพลัดถิ่น เพิ่มเป็นมากกว่า 1.7 ล้านคน และในอิสราเอลมีผู้เสียชีวิตมากกว่า 1,200 ราย มีทั้งชาวอิสราเอลและชาวต่างชาติ.

เครดิตภาพ : AFP