สวัสดีจ้า “ขาสั้น คอซอง” สัปดาห์นี้มีผลิตภัณฑ์ เจลลีอ้ายอวี้ผสมตรีผลา ผลงานวิจัยสุดเจ๋งของ 2 หนุ่มจาก โรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ ที่ร่วมกับ สาขาเทคโนโลยีสุขภาพ เครื่องสำอางและการชะลอวัย คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มทร.พระนคร​ พัฒนาขึ้น มานำเสนอกันจ้า

สำหรับทีมวิจัยนักเรียนชั้นมัธยมศึกษา โรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ ประกอบด้วย “ปรินทร์วริศร์ ปังประเสริฐกุล”, “ปณิธาน วีระโอฬารกุล” ชั้นม.6 และ ดร.ณุจุฑา ธรรมสุเมธ ครูสาขาวิชาเคมี โดยมี ผศ.ดร.สิริรัตน์ พานิช อาจารย์สาขาเทคโนโลยีสุขภาพ เครื่องสำอางและการชะลอวัย คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มทร.พระนคร เป็นที่ปรึกษา ในการวิจัยพัฒนาผลิตภัณฑ์ เจลลีอ้ายอวี้ผสมตรีผลา เพื่อเป็นอาหารทางเลือกที่ช่วยให้ผู้สูงอายุได้รับสารต้านอนุมูลอิสระเพิ่มขึ้น เนื่องจากมีสารอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายและสุขภาพ อีกทั้งรับประทานง่าย

“ปรินทร์วริศร์​” และ “ปณิธาน​” ร่วมกันบอกถึงที่มาของผลงานวิจัยชิ้นนี้ ว่า หนึ่งในปัญหาหลักที่พบในผู้สูงอายุคือ อนุมูลอิสระในร่างกายที่เพิ่มขึ้น แต่กลับมีการสร้างสารต้านอนุมูลอิสระที่ลดลง ส่งผลเสียต่อสุขภาพและเป็นสาเหตุของการเกิดโรคต่าง ๆ เช่น โรคชรา โรคหัวใจ โรคมะเร็ง โรคความจำเสื่อม เป็นต้น ผลิตภัณฑ์ตรีผลาซึ่งประกอบด้วยสมุนไพรที่มีสารต้านอนุมูลอิสระ​ที่วางขายส่วนใหญ่อยู่ในรูปแบบของเครื่องดื่ม ซึ่งมีรสชาติขมและฝาดรับประทานยาก จึงทำให้ไม่ได้รับความนิยม ส่วนการรับประทานในรูปแบบของยาเม็ดหรือแคปซูลก็อาจจะเกิดปัญหาสำหรับผู้ที่มีปัญหาด้านการกลืน โดยเฉพาะผู้ป่วยหรือผู้สูงวัย นอกจากนี้การรับประทานตรีผลาแบบเครื่องดื่มหรือแบบต้มจะเกิดการดูดซึมได้ดีกว่า จึงให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่าการรับประทานแบบแคปซูล ดังนั้นการนำมาทำเป็นอาหารเสริมรูปแบบเจลลี จึงกลายเป็นนวัตกรรมที่ตอบโจทย์สำหรับผู้มีปัญหาดังกล่าว อีกทั้งยังสามารถนำมาประยุกต์และปรับปรุงรสชาติให้หลากหลาย ตอบโจทย์ผู้บริโภคที่เกิดความเบื่อหน่ายในอาหารเสริมรูปแบบเดิมและมองหาผลิตภัณฑ์แบบใหม่ที่ดีขึ้น โดยเจลลีอ้ายอวี้ได้มาจากการคั้นเมือกจากเมล็ดอ้ายอวี้ ซึ่งเป็นพืชจำพวกมะเดื่อเถา โดยเมือกที่ได้มีสารเพกติน ใช้เป็นส่วนประกอบในเจลลี จุดเด่นคือสามารถแข็งตัวที่อุณหภูมิห้อง ทำให้ไม่เสียคุณค่าทางสารอาหาร โดยเฉพาะสารต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งต่างจากสารเพกทินที่มาจากแหล่งอื่นในธรรมชาติ เช่น แอปเปิล และผลไม้ตระกูลซิตรัส (ส้ม เกรปฟรุต) ส่วนมากต้องใช้กรดและอุณหภูมิสูงในการทำให้เจลลีแข็งตัว

ทั้งสองหนุ่ม อธิบายถึงขั้นตอนการวิจัย ว่า การวิจัยได้ศึกษาหาอัตราส่วนของเมล็ดอ้ายอวี้ที่เหมาะสมในการผลิตเป็นเจลลีสมุนไพร จากนั้นนำสมุนไพรที่เป็นแหล่งสารต้านอนุมูลอิสระสูง เช่น สมอไทย สมอพิเภก มะขามป้อม สมอเทศ โกจิเบอร์รีแดง โกจิเบอร์รีดำ ตรีผลา (สมอไทย สมอพิเภก มะขามป้อม) และจตุผลา (สมอไทย สมอพิเภก มะขามป้อง สมอเทศ) มาวิเคราะห์ค่าความสามารถในการต้านอนุมูลอิสระโดยรวม (TAC) และหาปริมาณสารประกอบฟีนอลิกทั้งหมด (TPC) และเลือกสมุนไพรที่มีความสามารถในการต้านอนุมูลอิสระสูงมาผสมในผลิตภัณฑ์เจลลีอ้ายอวี้ จำนวน 2 สูตร คือสูตรเจลลีอ้ายอวี้ตรีผลา และสูตรเจลลีอ้ายอวี้ตรีผลาผสมชะเอมเทศ ซึ่งจากการทดสอบความสามารถในการต้านอนุมูลอิสระโดยรวม พบว่าสมุนไพรที่ให้สาร TAC สูงที่สุดคือตรีผลา และสมุนไพรที่ให้สาร TPC สูงที่สุดคือสมอพิเภก และด้านการทดสอบคุณภาพทางประสาทสัมผัส พบว่าเจลลีตรีผลาที่มีการเติมชะเอมเทศ มีคะแนนความพึงพอใจในภาพรวมมากที่สุด เนื่องจากมีรสชาติกลมกล่อม และลักษณะภายนอกน่ารับประทานมากกว่า

เจลลีอ้ายอวี้สูตรสมุนไพรตรีผลาต้านอนุมูลอิสระ ได้รับการจดอนุสิทธิบัตรเมื่อเดือนก.ค. 2566 และยังได้รับ รางวัลเหรียญทอง ประกวดโครงงานวิทยาศาสตร์และนวัตกรรมระดับนานาชาติ ในงาน The 24th International Elements Fair (IEF 2023) จัดโดย Anderson Serangoon Junior College ที่ประเทศสิงคโปร์ และ รางวัลชมเชย จากการประกวดผลงานวิชาการการแพทย์แผนไทย การแพทย์พื้นบ้าน และการแพทย์ทางเลือกแห่งชาติ ครั้งที่ 20 เมื่อเดือนมิ.ย. 2566 ที่ผ่านมาอีกด้วย

ทีมวิจัยจากโรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ และมทร.พระนคร ยืนยันที่จะพัฒนาต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์ออกสู่ท้องตลาด เพื่อเป็นอาหารทางเลือกในรูปแบบของเจลลีที่เคี้ยวและกลืนได้สะดวกสำหรับผู้สูงอายุต่อไป สนใจข้อมูลเพิ่มเติมโทรฯ กันไปได้เลยที่ มทร.พระนคร โทร. 0-2836-3000 ต่อ 4156, 4159 หรือที่ โรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ โทร.0-2027-7850 ต่อ 622