นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานเปิดงาน ‘depa TECH GALA NIGHT’ โดยมี ผศ.ดร.ณัฐพล นิมมานพัชรินทร์ ผู้อำนวยการใหญ่ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือ ดีป้า นายฉัตรชัย คุณปิติลักษณ์ รองผู้อำนวยการใหญ่ ดร.ชินาวุธ ชินะประยูร ผู้ช่วยผู้อำนวยการใหญ่ ดร.วาริน รัชนานุสรณ์ ผู้อำนวยการสถาบันส่งเสริมวิสาหกิจดิจิทัลเริ่มต้น พร้อมผู้บริหารจากหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน รวมถึงเครือข่ายดิจิทัลสตาร์ทอัพสัญชาติไทยเข้าร่วมงาน
นายประเสริฐ กล่าวว่า การเติบโตของระบบนิเวศดิจิทัลสตาร์ทอัพไทย ได้รับการท้าทายจากหลากหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็นกลไกการส่งเสริมด้านเงินทุนที่ตอบโจทย์การดำเนินธุรกิจ การขาดแคลนแรงงานในสาขาที่เกี่ยวข้อง และขาดการส่งเสริมด้านการเข้าสู่ตลาด ซึ่ง กระทรวงดีอี ได้วางแนวทางการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมดิจิทัลผ่าน 3 เครื่องยนต์สำคัญภายใต้นโยบาย The Growth Engine of Thailand ประกอบด้วย 1. การเพิ่มขีดความสามารถด้านดิจิทัลในการสร้างข้อได้เปรียบทางการแข่งขันของประเทศ (Thailand Competitiveness) 2. การสร้างความมั่นคงและปลอดภัยของเศรษฐกิจและสังคมดิจิทัล (Safety & Security) และ 3. การเพิ่มศักยภาพทุนมนุษย์ด้านดิจิทัลของประเทศ (Human Capital)

“กระทรวงดีอี โดย ดีป้า มีแนวทางเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันของดิจิทัลสตาร์ทอัพ โดยเน้นการสร้างสรรค์กลไกส่งเสริมด้านเงินทุนใหม่ อาทิ การร่วมลงทุน (Co-investment) และการส่งเสริมให้เกิดการจัดตั้งกองทุนเพื่อการพัฒนาดิจิทัลสตาร์ทอัพสู่ระดับโลก (Digital Startup Go Global) นอกจากนี้ ยังมีแผนที่จะแก้ไขปัญหาการขาดแคลนกำลังคนดิจิทัล โดยการดึงดูดผู้ที่มีทักษะสูงเข้ามาทำงานในประเทศ ผ่าน Global Digital Talent Visa และการสร้างตลาดให้กับดิจิทัลสตาร์ทอัพ รวมถึงความร่วมมือกับสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ในการพัฒนามาตรการยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลสูงสุด 100% ของเงินลงทุน และไม่จำกัดวงเงินเมื่อซื้อสินค้าหรือบริการของดิจิทัลสตาร์ทอัพที่ขึ้นทะเบียนในบัญชีบริการดิจิทัล ทั้งหมดเพื่อส่งเสริมการเติบโตของดิจิทัลสตาร์ทอัพ ตอบสนองเป้าหมายสำคัญของการเพิ่มขีดความสามารถด้านดิจิทัล ในการสร้างข้อได้เปรียบทางการแข่งขันของประเทศ ตามนโยบาย The Growth Engine of Thailand พร้อมตั้งเป้าให้ประเทศไทยเป็น Friendly Country สำหรับดิจิทัลสตาร์ทอัพในการเริ่มต้นธุรกิจและสามารถเติบโตสู่เวทีระดับโลก คาดจะกระตุ้นให้ดิจิทัลสตาร์ทอัพระดมทุนไม่น้อยกว่า 500 ล้านบาท” รมว.ดีอี กล่าว
ด้าน ผศ.ดร.ณัฐพล ได้กล่าวถึงความเป็นมาของสถาบันส่งเสริมวิสาหกิจดิจิทัลเริ่มต้น ภายใต้การกำกับดูแลของ ดีป้า ที่เริ่มดำเนินงานอย่างเป็นทางการในปี 2561 โดยปัจจุบัน สถาบันฯ ส่งเสริมและสนับสนุนดิจิทัลสตาร์ทอัพไทยไปแล้วกว่า 150 ราย ลงทุนและร่วมลงทุนรวมกว่า 1,200 ล้านบาท อีกทั้งสามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจมากกว่า 15,000 ล้านบาท
ผศ.ดร.ณัฐพล กล่าวต่อว่า ดีป้า ได้เตรียมระบบนิเวศเพื่อรองรับการพัฒนาดิจิทัลสตาร์ทอัพ ไม่ว่าจะเป็น บัญชีบริการดิจิทัล รวมถึงโครงการ Thailand Digital Valley ศูนย์กลางการออกแบบ พัฒนา วิเคราะห์ ทดสอบ ทดลองเทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัลขั้นสูงของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (ASEAN Digital Hub) ในอำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี โดยเฉพาะอาคาร Digital Startup Knowledge Exchange Center อาคารหลังที่สองของโครงการที่ได้รับการขนานนามว่า ‘แดนสวรรค์ของเหล่าดิจิทัลสตาร์ทอัพจากทั่วทุกมุมโลก’ (The Paradise of Every Nationality Startup) โดยอาคารดังกล่าว จะเป็นชุมชนขนาดใหญ่ที่รวบรวมดิจิทัลสตาร์ทอัพและกำลังคนสายดิจิทัลเอาไว้มากที่สุดในประเทศ อีกทั้งเป็นศูนย์รวมนวัตกรรมดิจิทัลประเภทต่าง ๆ อาทิ 5G, AI, Blockchain, Digital Service, Digital Content, E-SPORTS, Drone, Software Convergence ฯลฯ ซึ่ง ดีป้า ต้องการเนรมิตอาคารแห่งนี้ เป็นพื้นที่พบปะ แลกเปลี่ยนข้อมูลด้านดิจิทัล และสร้างเครือข่ายที่มีความพร้อมสำหรับการต่อยอดธุรกิจของเหล่าดิจิทัลสตาร์ทอัพไทย
“สำหรับงาน depa TECH GALA NIGHT จัดขึ้นเพื่อเป็นพื้นที่แสดงวิสัยทัศน์และเป้าหมายด้านการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลผ่านการส่งเสริมและสนับสนุนดิจิทัลสตาร์ทอัพไทย ซึ่งถือเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศ อีกทั้งเปิดโอกาสให้นักลงทุน หน่วยร่วมลงทุน หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และดิจิทัลสตาร์ทอัพสามารถพูดคุย แลกเปลี่ยนแนวคิด สร้างเครือข่าย และขยายความร่วมมือการลงทุนด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัล เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศ” ผู้อำนวยการใหญ่ ดีป้า กล่าว
ขณะที่ ดร.วาริน ได้กล่าวถึงวัตถุประสงค์ของการเข้าลงทุนใน บริษัท เทคซอส มีเดีย จำกัด (Techsauce) ว่า การที่ ดีป้า เข้าลงทุนใน Techsauce ซึ่งเป็น Tech Ecosystem Builder จะช่วยเกื้อหนุนการดำเนินงานของกันและกัน และยกระดับการดำเนินงานให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น อีกทั้งเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการพัฒนาระบบนิเวศดิจิทัลสตาร์ทอัพไทย และอุตสาหกรรมดิจิทัลของประเทศอย่างเข้มแข็งต่อไป
นอกจากนี้ ภายในงานยังมีช่วงของการ Pitching เพื่อเปิดโอกาสให้ดิจิทัลสตาร์ทอัพที่เข้าร่วมงาน ไม่ว่าจะเป็น Daywork, Edvisory, Foodie, Futureskill, Graffity, Huap, Ioaday, VISAI, Vounder, Vulcan Coalition, Weserve Platform, Ztrus, ZWIZ.AI และ 24 Solutions ได้นำเสนอข้อมูลบริษัท แนวทางการดำเนินธุรกิจ รวมถึงสะท้อนแนวคิด ข้อเสนอแนะ และข้อเรียกร้องถึงภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง



