สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานจากกรุงปักกิ่ง ประเทศจีน เมื่อวันที่ 27 พ.ย. ว่า นายหมี่ เฟิง โฆษกคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติของจีน กล่าวว่า จำนวนผู้ป่วยที่เพิ่มขึ้น ได้รับแรงหนุนจากเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ รวมถึงไรโนไวรัส, เชื้อไมโคพลาสมา นิวโมเนีย, เชื้อไวรัสอาร์เอสวี ที่ส่งผลต่อเด็กทารก และอะดีโนไวรัส
หมี่ เรียกร้องให้สถานพยาบาลในจีน ให้ข้อมูลอย่างทันท่วงทีและเป็นปัจจุบัน เกี่ยวกับความต้องการบริการผู้ป่วยนอกที่เป็นเด็ก และมีภาวะไข้ ตลอดจนขอให้สถานที่สำคัญที่มีประชากรหนาแน่น เช่น โรงเรียน, สถาบันดูแลเด็ก และสถานรับเลี้ยงเด็ก ใช้มาตรการป้องกันที่เหมาะสม
นอกจากนี้ โรงพยาบาลหลายแห่ง ยังได้รับคำสั่งให้ปรับปรุงความสามารถในการคัดแยกผู้ป่วย ตามความรุนแรงของการติดเชื้อ เพื่อช่วยระบุผู้ป่วยอาการหนักได้ดียิ่งขึ้นด้วย
Respiratory disease surge driven by range of pathogens, China sayshttps://t.co/DUftFLp3Mo
— South China Morning Post (@SCMPNews) November 26, 2023
ด้านเจ้าหน้าที่จากศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคของจีน (ซีดีซี) ระบุว่า กลุ่มอายุต่าง ๆ ได้รับผลกระทบจากเชื้อโรคที่แตกต่างกัน ซึ่งนายหวัง หัวชิง หัวหน้าผู้เชี่ยวชาญด้านการวางแผนสร้างภูมิคุ้มกันของซีดีซี กล่าวเสริมว่า การติดเชื้อไมโคพลาสมา นิวโมเนีย พบในกลุ่มเด็กอายุ 5-14 ปี ขณะที่ผู้ป่วยในช่วงอายุอื่น ๆ เป็นโรคระบบทางเดินหายใจ เพราะเชื้อไวรัสต่างชนิดกัน
แม้คณะกรรมการไม่ได้ระบุจำนวนเด็กที่ป่วยเป็นโรคระบบทางเดินหายใจ แต่รัฐบาลปักกิ่งกล่าวกับองค์การอนามัยโลก (ดับเบิลยูเอชโอ) ว่า ผู้ป่วยนอก และการเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลของเด็ก ซึ่งติดเชื้อไมโคพลาสมา นิวโมเนีย เริ่มเพิ่มขึ้นตั้งแต่เดือน พ.ค. ที่ผ่านมา
อนึ่ง ดับเบิลยูเอชโอ ส่งคำร้องอย่างเป็นทางการไปยังจีน เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เพื่อขอข้อมูลโดยละเอียด เกี่ยวกับผู้ป่วยโรคระบบทางเดินหายใจในกลุ่มเด็กที่เพิ่มขึ้น ในภาคเหนือของประเทศ ซึ่งทางการจีนตอบกลับว่า ไม่มีการตรวจพบเชื้อโรคที่ผิดปกติหรือแปลกใหม่ ที่เป็นสาเหตุของการแพร่ระบาดในครั้งนี้แต่อย่างใด.
เครดิตภาพ : AFP



