สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงโรม ประเทศอิตาลี เมื่อวันที่ 6 ธ.ค. โดยอ้างข้อมูลจากสื่อท้องถิ่นหลายแห่งของอิตาลี ว่ารัฐบาลของนายกรัฐมนตรีจอร์เจีย เมโลนี ถอนตัวออกจากการเข้าร่วมเป็นหุ้นส่วนกับ แผนยุทธศาสตร์ “หนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง” หรือ “เส้นทางสายไหมใหม่แห่งศตวรรษที่ 21” ของจีน หลังสร้างประวัติศาสตร์เป็นสมาชิกกลุ่มประเทศอุตสาหกรรมชั้นนำ 7 แห่ง หรือ จี7 ชาติแรกและชาติเดียวจนถึงตอนนี้ ที่เข้าร่วม เมื่อปี 2562
ทั้งนี้ รายงานของสื่ออิตาลีอ้างคำกล่าวของแหล่งข่าวระดับสูงในรัฐบาลโรม ว่ามีการแจ้งความประสงค์ให้รัฐบาลปักกิ่งทราบล่วงหน้า เมื่อช่วงต้นสัปดาห์นี้
The Italian government led by Giorgia Meloni delivered 3 days ago a note to the Chinese government authorities with the official exit from the Belt and Road – scoop by @galluzzom @Corriere https://t.co/xepx8N2RbI
— Giulia Pompili (@giuliapompili) December 6, 2023
ขณะที่เมโลนียังไม่ได้กล่าวอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับเรื่องนี้ แต่ก่อนหน้านั้น ผู้นำหญิงของอิตาลีเคยให้ความเห็นอย่างมีนัย ว่าการที่อิตาลีออกจากกรอบความร่วมมือดังกล่าว ที่เรียกกันโดยย่อว่า บีอาร์ไอ ไม่ได้หมายความว่า ความร่วมมือและความสัมพันธ์ระหว่างจีนกับอิตาลีต้องสิ้นสุดตามไปด้วย เนื่องจากการรักษาและยกระดับความร่วมมือและความสัมพันธ์ “มีอะไรมากกว่านั้น” และประเทศหลายแห่งในยุโรปค้าขายกับจีนได้ ทั้งที่ไม่ได้เข้าร่วมบีอาร์ไอ
อนึ่ง ผู้สันทัดกรณีจำนวนไม่น้อยวิเคราะห์ว่า อิตาลี “ตัดสินใจเร็วเกินไป” ในการเข้าร่วมบีอาร์ไอ เมื่อ 4 ปีที่แล้ว แต่เข้าใจได้ว่า อยู่ในภาวะกดดันอย่างหนักทางเศรษฐกิจ จึงต้องการการลงทุนจากต่างประเทศอย่างมาก เพื่อช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ แต่เมื่อเข้าร่วมบีอาร์ไอแล้ว กลับกลายเป็นว่า มูลค่าการลงทุนของจีนในประเทศยุโรปซึ่งไม่ได้เข้าร่วมบีอาร์ไอ กลับสูงกว่าการลงทุนของจีนในอิตาลี
อย่างไรก็ตาม มีการวิเคราะห์เช่นกันว่า การตัดสินใจถอนตัวออกจากบีอาร์ไอของอิตาลี อาจเชื่อมโยงกับสงครามระหว่างรัสเซียกับยูเครนด้วย ที่ฝ่ายตะวันตกส่วนใหญ่มองว่า จีน “เข้าข้าง” รัสเซีย.
เครดิตภาพ : GETTY IMAGES



