สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานจากกรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ เมื่อวันที่ 17 ธ.ค. ว่า สำนักงานศึกษาธิการกรุงโซล ระบุเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาว่า ผลการสำรวจนักเรียน 486,729 คน ระหว่างชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ถึงชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย พบว่า นักเรียน 2.2% ถูกปฏิบัติอย่างโหดร้ายที่โรงเรียน ซึ่งตัวเลขดังกล่าวเพิ่มขึ้น 2% เมื่อเทียบกับปี 2565 และสูงที่สุดในรอบ 10 ปี
ในการสำรวจ นักเรียนชั้นประถมศึกษา 4.6% กล่าวว่า พวกเขาตกเป็นเป้าหมายของความรุนแรงในโรงเรียน ขณะที่ 1.6% ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น และ 0.4% ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย ให้คำตอบแบบเดียวกัน ซึ่งตัวเลขของเหยื่อในระดับประถมศึกษา ยังไม่เปลี่ยนแปลง เมื่อเทียบกับปี 2565 แต่เหยื่อในระดับมัธยมศึกษาตอนต้น และมัธยมศึกษาตอนปลาย เพิ่มขึ้น 0.7% และ 0.1% ตามลำดับ
School bullying hits 10-year high in Seoul: Study https://t.co/UHKfsgQJuD
— ST Foreign Desk (@STForeignDesk) December 16, 2023
ด้านเจ้าหน้าที่กระทรวงศึกษาธิการเกาหลีใต้ สันนิษฐานว่า ความรุนแรงในโรงเรียนที่เพิ่มขึ้น อาจเกิดจากการจัดชั้นเรียนแบบพบกันในห้องเรียน หลังโรงเรียนหลายแห่งปรับใช้การเรียนการสอนทางออนไลน์ ในช่วงการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19
“นักเรียนกลับมาที่โรงเรียนหลังโควิด-19 และพวกเขามีโอกาสน้อยลง ในการมีปฏิสัมพันธ์กับเพื่อน ๆ ซึ่งเราคิดว่าสิ่งนี้นำไปสู่แนวโน้มที่สูงขึ้น ต่อนักเรียนที่มีปัญหาในการจัดการกับความขัดแย้ง และความรุนแรงที่มากขึ้น” เจ้าหน้าที่กระทรวง กล่าวเสริม
อนึ่ง รูปแบบความรุนแรงที่พบบ่อยที่สุด คือ การประทุษร้ายทางวาจา ซึ่งอยู่ที่ 37.7% รองลงมาคือ การทำร้ายร่างกาย และการกลั่นแกล้งจากกลุ่มคน ที่ 18.1% และ 15.3% ตามลำดับ อีกทั้งประมาณ 68.8% ของความรุนแรง เกิดขึ้นในบริเวณโรงเรียน และ 29.4% เกิดขึ้นภายในห้องเรียน
นอกจากนี้ จำนวนนักเรียนที่พบเห็นความรุนแรงในโรงเรียนก็เพิ่มขึ้นเช่นกัน จาก 4.5% ในปีที่แล้ว เป็น 5.5% ในปีนี้ ซึ่งแม้นักเรียนราว 30% กล่าวว่า พวกเขาไม่สามารถทำอะไรได้ แต่นักเรียนในสัดส่วน 35% ช่วยเหลือเหยื่อด้วยการปลอบใจ และเสนอความช่วยเหลืออื่น ๆ ส่วนนักเรียน 17.6% รายงานเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นต่อผู้มีอำนาจ.
เครดิตภาพ : AFP



