สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงโรม ประเทศอิตาลี เมื่อวันที่ 17 ธ.ค. ว่านายกรัฐมนตรีริชี ซูแน็ก ผู้นำสหราชอาณาจักร เยือนกรุงโรม เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา เพื่อหารือกับนายกรัฐมนตรีจอร์เจีย เมโลนี ผู้นำอิตาลี เกี่ยวกับสถานการณ์ผู้อพยพ โดยผู้นำทั้งสองประเทศเห็บชอบในหลักการ จัดตั้งกองทุนร่วมเพื่อช่วยเหลือผู้อพยพ ซึ่งเดินทางข้ามทะเลเมดิเตอร์เรเนียน มาจากตูนิเซีย ให้เดินทางกลับไปยังถิ่นฐานเดิม “โดยความสมัครใจ”

Channel 4 News


แม้รัฐบาลอิตาลียืนยันว่า กองทุนดังกล่าวจะเป็นไปตามแนวทางของสหประชาชาติ (ยูเอ็น) แต่ยังปฏิเสธให้รายละเอียดเพิ่มเติม ด้านผู้นำสหราชอาณาจักรกล่าวว่า การแก้ปัญหาผู้อพยพในหลายกรณี “ต้องใช้มาตรการเด็ดขาด” มิเช่นนั้น จำนวนผู้ที่เดินทางเข้ามาอย่างผิดกฎหมาย มีแต่จะเพิ่มมากขึ้นเท่านั้น และหน่วยงานรัฐจะไม่สามารถมอบความช่วยเหลือให้แก่ “ผู้ซึ่งต้องการอย่างแท้จริง” ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นายกรัฐมนตรีจอร์เจีย เมโลนี ผู้นำอิตาลี ต้อนรับนายกรัฐมนตรีริชี ซูแน็ก ผู้นำสหราชอาณาจักร ที่ทำเนียบ ในกรุงโรม


ทั้งนี้ ผู้นำสหราชอาณาจักรยกตัวอย่างความร่วมมือลักษณะเดียวกัน ซึ่งลงนามร่วมกับรัฐบาลแอลเบเนีย เมื่อปี 2565 โดยระบุว่า เจ้าหน้าที่ของสหราชอาณาจักรมีอำนาจส่งกลับผู้อพยพผิดกฎหมายจากแอลเบเนีย “ได้ทันที” หลังจากนั้นปรากฏว่า สถิติผู้อพยพผิดกฎหมายชาวแอลเบเนีย ซึ่งพยายามเดินทางเข้ามาในสหราชอาณาจักร ลดลงมากถึง 90%


ขณะที่อิตาลีบรรลุข้อตกลงกับแอลเบเนีย เมื่อเดือนพ.ย. ที่ผ่านมา ในการสร้างศูนย์รองรับผู้อพยพ 2 แห่งในแอลเบเนีย สำหรับผู้อพยพทางเรือซึ่งเจ้าหน้าที่ยามฝั่งของอิตาลีสกัดจับไว้ได้ อย่างไรก็ตาม ศาลรัฐธรรมนูญแอลเบเนียระงับการให้สัตยาบันของสภาต่อเรื่องนี้ หลังมีเสียงวิจารณ์อย่างหนักจากหลายฝ่าย ในประเด็นสิทธิมนุษยชน.

เครดิตภาพ : AFP