สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงราบัต ประเทศโมร็อกโก เมื่อวันที่ 22 ธ.ค. ว่า กระทรวงน้ำของโมร็อกโกเผยแพร่รายงาน ว่าพื้นที่ส่วนใหญ่ในประเทศกำลังเข้าสู่ภัยแล้งเป็นปีที่ 6 ติดต่อกัน เนื่องจากอุณหภูมิที่สูงขึ้น ซึ่งเป็นผลกระทบจากปรากฏการณ์เอลนีโญ ส่งผลให้ปริมาณน้ำฝนเฉลี่ยของประเทศลดลง 67% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว และจะทำให้โมร็อกโกมีอุณหภูมิเพิ่มสูงขึ้น 1.3 องศาเซลเซียส ภายในปี 2593
ปัจจุบัน เขื่อนทุกแห่งในโมร็อกโกมีปริมาณการเก็บกักน้ำรวมกันเพียง 23.5% ลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้วซึ่งอยู่ที่ 31% “ถือเป็นระดับอันตรายอย่างมาก” และอาจต้องมีการใช้มาตรการปันส่วนน้ำในอนาคต
อย่างไรก็ตาม ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องคาดหวังว่า จะมีฝนตกลงมามากขึ้น ในช่วงระยะเวลาอีกสามเดือนข้างหน้า เนื่องจากโดยปกติจะเป็นช่วงที่มีฝนตกลงมาในโมร็อกโกมากที่สุด
RABAT, MOROCCO — Morocco is heading towards its sixth consecutive year of drought as rising temperatures lead to decline in rainfall, the North African country's water minister said on Thursday. https://t.co/NjUTvky0Fx
— VOA Africa (@VOAAfrica) December 21, 2023
ทั้งนี้ รัฐบาลโมร็อกโกมีแผนก่อสร้าง สถานีผลิตน้ำจืดจากน้ำทะเล 7 แห่ง ที่จะมีกำลังการผลิตรวมกันสูงสุด 143 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี ให้เสร็จสิ้นภายในปี 2570 เพิ่มขึ้นจากตอนนี้ ซึ่งโมร็อกโกมีสถานีผลิตน้ำจืดจากน้ำทะเล 12 แห่ง และมีกำลังการผลิตรวมกันสูงสุด 179.3 ล้านลูกบาศก์เมตร
อนึ่ง ภัยแล้งยังคงเป็นปัญหาระดับชาติสำหรับโมร็อกโก ซึ่งยังคงพึ่งพิงอุตสาหกรรมการเกษตรเป็นหลัก โดยมูลค่าการส่งออกสินค้าเกษตรของโมร็อกโก มีสัดส่วนประมาณ 1 ใน 3 ของสินค้าส่งออกแต่ละปี.
เครดิตภาพ : AFP



