สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานจากกรุงมานากัว ประเทศนิการากัว เมื่อวันที่ 2 ม.ค. ว่า การส่งออกดังกล่าว ครอบคลุมเนื้อสัตว์และอาหารทะเล เช่น ปลา, กุ้ง, กุ้งล็อบสเตอร์ และปลิงทะเล รวมถึงน้ำตาล, ถั่วลิสง และเหล้ารัม ตลอดจนสินค้าที่ไม่ใช่อาหาร ซึ่งรวมอยู่ในเอฟทีเอ ได้แก่ หนัง, ถ่าน, ไม้ และชิ้นส่วนรถยนต์

อย่างไรก็ตาม ข้อตกลงข้างต้นไม่รวมสินค้าจีน “ที่อาจเป็นปัญหา” ต่ออุตสาหกรรมสำคัญของนิการากัว เช่น เนื้อสัตว์บางชนิด, เครื่องในสัตว์, กาแฟ, ข้าว และน้ำตาล

ด้านประธานาธิบดีดาเนียล ออร์เตกา ผู้นำนิการากัว กล่าวเมื่อวันที่ 22 ธ.ค. ที่ผ่านมาว่า เอฟทีเอฉบับนี้เป็น “ของขวัญวันคริสต์มาสที่ดีที่สุด”

อนึ่ง นิการากัวยุติความสัมพันธ์ทางการทูตกับไต้หวัน ในช่วงปลายปี 2564 และเข้าหาจีนมากขึ้นเรื่อย ๆ นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ซึ่งรัฐบาลมานากัว และรัฐบาลปักกิ่ง ร่วมลงนามในเอฟทีเอ เมื่อวันที่ 31 ต.ค. พร้อมกับประกาศว่า มันจะมีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการ ในวันที่ 1 ม.ค. 2567

ขณะที่ นายลอเรียโน ออร์เตกา บุตรชายของดาเนียล และที่ปรึกษาประธานาธิบดี ซึ่งดูแลความสัมพันธ์ของนิการากัว กับจีนและรัสเซีย กล่าวในเวลานั้นว่า เขาเชื่อว่าข้อตกลงการค้าฉบับนี้ จะสร้างผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจและสังคม ให้กับครอบครัวชาวนิการากัว การลงทุนและตำแหน่งงานใหม่ รวมถึงการถ่ายทอดเทคโนโลยี จากจีนสู่นิการากัว.

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES