สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานจากเมืองค็อกซ์ บาซาร์ ประเทศบังกลาเทศ เมื่อวันที่ 8 ม.ค. ว่า สำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็นเอชซีอาร์) ระบุว่า เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้ผู้ลี้ภัยชาวโรฮีนจา “เกือบ 7,000 คน” กลายเป็นคนไร้บ้าน ทว่าไม่มีผู้เสียชีวิตแต่อย่างใด

นายมิซานูร์ ราห์มาน ข้าหลวงผู้ลี้ภัย กล่าวว่า เพลิงไหม้ลุกลามเขตพักอาศัยที่แออัด ซึ่งที่พักพิงแต่ละหลังทำจากไม้ไผ่และผ้าใบกันน้ำ เมื่อช่วงเช้าตรู่ของวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ในค่ายผู้ลี้ภัยแห่งหนึ่ง ทางตะวันออกเฉียงใต้ของบังกลาเทศ

“ที่พักพิงอย่างน้อย 711 หลัง ถูกเผาวอด ส่วนอีก 63 หลัง ได้รับความเสียหายบางส่วน ซึ่งเราสั่งให้มีการสอบสวนเหตุไฟไหม้แล้ว และตั้งข้อสงสัยว่า มันอาจเป็นการลอบวางเพลิง” ราห์มาน กล่าวเพิ่มเติม

ด้านยูเอ็นเอชซีอาร์ ระบุในแถลงการณ์ว่า ผู้ลี้ภัยบางคนต้องรื้อบ้านของพวกเขา เพื่อสร้างแนวป้องกันไม่ให้ไฟลุกลาม และคนที่ไร้บ้าน ต้องไปหลบภัยชั่วคราวภายในศูนย์ชุมชนของค่าย ส่วนสถานที่ราว 120 แห่ง รวมถึงศูนย์การเรียนรู้, มัสยิด และศูนย์ดูแลสุขภาพ ก็ถูกทำลาย หรือได้รับความเสียหายจากไฟเช่นกัน

ทั้งนี้ เหตุเพลิงไหม้ในค่ายผู้ลี้ภัยชาวโรฮีนจาหลายสิบแห่งในบังกลาเทศ ถือเป็นเรื่องปกติ โดยเฉพาะในช่วงฤดูแล้ง ระหว่างเดือน พ.ย.-เม.ย. แต่ค่ายหลายแห่งก็เกิดความแตกแยกจากความรุนแรงระหว่างกลุ่มชาวโรฮีนจาที่เป็นคู่แข่งกัน

ขณะที่ตำรวจบังกลาเทศ กล่าวว่า การรักษาความปลอดภัยในค่ายหลายแห่งแย่ลง โดยมีผู้ลี้ภัยมากกว่า 60 คน เสียชีวิตในการต่อสู้แย่งชิงอิทธิพล และการปะทะที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด เมื่อปีที่แล้ว ซึ่งถือเป็นจำนวนสูงสุดเป็นประวัติการณ์.

เครดิตภาพ : AFP