นายชัยชนะ มิตรพันธ์  ผู้อำนวยการ สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (สพธอ.) หรือ เอ็ตด้า เปิดเผยว่า  เอ็ตด้า เตรียมทำ ไกด์ไลน์ หรือ แนวทางปฏิบัติ สำหรับผู้ที่มีการนำปัญญาประดิษฐ์ หรือ เอไอ  ไปใช้ต้องรู้ถึงความเสี่ยง เพื่อนำไปใช้งานได้อย่างถูกต้อง  โดยคาดว่าจะจัดทำให้เสร็จไม่เกินกลางปี 67 โดยจะออกมาเป็น ร่าง และนำมาเปิดรับฟังความคิดเห็นสาธารณะ (พับบลิคเฮียร์ริ่ง) และรับฟังความคิดเห็นเฉพาะกลุ่ม (โฟกัส กรุ๊ป)  และนำข้อมูลทั้งหมดมาปรับก่อนนำมาใช้  โดยจะเป็นข้อแนะนำในการใช้งาน และข้อสังเกตต่างๆ แต่ไม่ใช่กฎหมาย

“การที่บอกว่าประเทศนั้นมีกฎหมาย ไทยควรจะมีกฎหมายด้านเอไอด้วยนั้น เป็นสิ่งที่ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องยังต้องพูดคุยหารือกัน ซึ่งหากจะมีกฎหมายออกมาต้องสอดคล้องกับสากล ไม่เช่นนั้นไทยจะเป็นประเทศที่แตกต่างจากประเทศอื่นๆ ซึ่งหากออกกฎหมายมาไม่สอดคล้องกับประเทศอื่นๆ แล้ว ก็อาจทำให้ประเทศไทย ล้าหลังในเรื่องเอไอได้”

นายชัยชนะ กล่าวต่อว่า การใช้เอไอในภาคส่วนต่างๆ จะมีเพิ่มมากขึ้นในปี 67 โดยเฉพาะ  เจน เอไอ (GenAI) ที่สามารถนำมาใช้ในภาคท่องเที่ยว ที่จะมีคนเข้ามาจากหลากหลายประเทศ  ต้องมีการรองรับหลายอย่าง เช่น ภาษา  สามารถนำมาใช้ในเรื่องเครื่องมือแปลภาษาช่วยได้ การทำโปโมชั่นแพ็กเกจ การทำแผนธุรกิจ วิเคราะห์ลูกค้า เป็นต้น ซึ่งปัจจุบันทาง เอ็ตด้า ได้มีการทำโครงการเอไอ ที่นำไปใช้กับการแพทย์ ซึ่งสอดคล้องกับแผนปฏิบัติการด้านปัญญาประดิษฐ์แห่งชาติ เพื่อการพัฒนาประเทศไทย (พ.ศ. 2565-2570) อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันการใช้ เจน เอไอยังมีข้อกังวลอยู่ อาทิ ทางการแพทย์ ในการใช้เจนเอไอให้ข้อมูลกับผู้ป่วย ซึ่งไม่ควรให้ข้อมูลโดยตรงทั้งหมดกับคนไข้ เพราะมีข้อมูลด้านสุขภาพ และการแพทย์  ซึ่งเป็นข้อมูลอ่อนไหวที่อาจส่งผลกระทบได้