สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงกีโต ประเทศเอกวาดอร์ เมื่อวันที่ 11 ม.ค. ว่า สืบเนื่องจากประธานาธิบดีดาเนียล โนโบอา ผู้นำเอกวาดอร์ ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินและเคอร์ฟิว ทั่วประเทศ เป็นเวลาอย่างน้อย 60 วัน เมื่อวันอังคาร พร้อมทั้งกระจายกำลังทหารลงพื้นที่ เพื่อควบคุมเสถียรภาพด้านความมั่นคง หลังเกิดเหตุความไม่สงบอย่างต่อเนื่อง นับตั้งแต่นายโฮเซ อดอลโฟ มาเซียส “ฟิโต” หัวหน้าแก๊งค้ายาเสพติดชื่อกระฉ่อน “ลอส โชเนรอส” หลบหนีออกจากเรือนจำ
Ecuador declared a state of emergency after the country's most-wanted prisoner disappeared from the jail where he was being held. pic.twitter.com/gMmSWbtLMf
— DW News (@dwnews) January 10, 2024
ตามด้วยเหตุการณ์ กลุ่มคนร้ายติดอาวุธ บุกจู่โจมสตูดิโอของสถานีโทรทัศน์ทีซี ในเมืองกัวยากิล ซึ่งอยู่ระหว่างออกอากาศรายการสด อย่างไรก็ดี เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงสามารถคลี่คลายสถานการณ์ได้ หลังเวลาผ่านไปประมาณ 30 นาที แต่นอกจากนั้นยังมีรายงาน นักโทษในเรือนจำอย่างน้อย 5 แห่ง ก่อหวอดและควบคุมเจ้าหน้าที่ในเรือนจำเป็นตัวประกัน รวมประมาณ 130 คน
โนโบอาแถลงผ่านสถานีโทรทัศน์แห่งชาติ เมื่อวันพุธ ว่าเอกวาดอร์ “อยู่ในภาวะสงคราม” และออกคำสั่งเพิ่มอำนาจให้กับเจ้าหน้าที่ความมั่นคง ในการตรวจค้น จับกุมและวิสามัญ “กลุ่มก่อการร้าย” ซึ่งสังหารประชาชนไปแล้วอย่างน้อย 10 ราย
ด้านสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ออกแถลงการณ์แสดงความวิตกกังวลต่อสถานการณ์ในเอกวาดอร์ ขณะที่สถานเอกอัครราชทูตจีนประจำกรุงกีโตระงับให้บริการ ส่วนโคลอมเบียและเปรูซึ่งมีพรมแดนติดกับเอกวาดอร์ ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินตามแนวชายแดน ทั้งนี้ โคลอมเบียและเปรูอยู่ในกลุ่มประเทศผู้ผลิตโคเคนรายใหญ่ที่สุดของโลก
อนึ่ง อัตราการเกิดคดีฆาตกรรมในเอกวาดอร์เพิ่มขึ้นสี่เท่า ระหว่างปี 2561-2565 และเจ้าหน้าที่ยึดโคเคนได้มากเป็นสถิติถึง 220 ตัน เมื่อปีที่แล้ว.
เครดิตภาพ : AFP







