เมื่อวันที่ 5 พ.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รมว.ศึกษาธิการ ในฐานะเลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงความชัดเจนในการส่งผู้สมัครลงชิงตำแหน่งสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (สก.) ว่า เบื้องต้นพรรคเพื่อไทยไม่มีนโยบายส่งผู้สมัคร สก. โดยยอมรับว่ามีผู้สมัคร สก. ที่มีความประสงค์จะใช้ชื่อพรรคเพื่อไทยในการหาเสียง อยากสู้ในนามพรรค ซึ่งพรรคก็ไม่ขัดข้อง เปิดให้สมาชิกพรรคลงในนามสมาชิกพรรคได้ แต่ไม่ได้เป็นการส่งอย่างเป็นทางการจากพรรคเพื่อไทย
ด้าน น.ส.ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กำกับดูแลกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า สก.เดิมของพรรคเพื่อไทยยังยืนยันว่าจะลงสมัครรับเลือกตั้งต่อ โดยมีการขออนุญาตใช้โลโก้พรรคเพื่อไทย ซึ่งทางพรรคไม่ได้ติดขัดหรือปฏิเสธ ฉะนั้นก็คืออนุญาตให้ใช้สามารถลงสมัครในนามของพรรคเพื่อไทยได้
เมื่อถามว่าจะส่งผู้สมัคร สก. ลงครบทุกเขตหรือไม่ น.ส.ธีรรัตน์ กล่าวว่า ไม่ครบทั้ง 50 เขต แม้เรามีบุคลากรอยู่ แต่ต้องประเมินความแตกต่างในแต่ละพื้นที่ ซึ่ง สก.เดิมของพรรคเพื่อไทย 20 คน มีทั้งคนที่ยังอยู่กับพรรค และมีคนที่เปลี่ยนไปลงในนามอิสระหรือกลุ่มต่างๆ แล้ว เพราะฉะนั้น เราจะคัดเลือกผู้สมัครเดิมและผู้สมัครใหม่ที่จะเข้ามาเสริม และจะพยายามเคาะรายชื่อใหม่โดยเร็วที่สุด และคิดว่าขณะนี้หลายกลุ่มอยู่ระหว่างการทำงาน แต่ในเบื้องต้น อย่างน้อย สก.เดิมที่ไม่มีชื่อไปไหนยังยืนยันที่จะอยู่ต่อ ซึ่งคร่าวๆ ในมือมีอยู่ 20 รายชื่อ แต่เป็นเฉพาะคนที่ทำงานอยู่กับพรรค ทั้ง สก.ปัจจุบันและผู้ที่เสนอตัวเข้ามาเป็นผู้แทนในระดับท้องถิ่น
ผู้สื่อข่าวถามว่ามั่นใจว่าจะได้จำนวน สก.เท่าเดิมหรือไม่ น.ส.ธีรรัตน์ กล่าวว่า ยังคงเชื่อมั่น เพราะจุดเด่นของพรรคเพื่อไทยคือการทำงานในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง เข้าถึงประชาชน และนำปัญหาเข้าไปสู่กระบวนการการแก้ไข หน้าที่หลักของ สก. อย่างหนึ่งคือการพิจารณากฎหมายส่วนของสภา กทม. หลายเรื่องและหลายนโยบายที่เคยประกาศไว้เมื่อปี 2565 ก็สามารถผลักดันได้ และคิดว่าผลงานต่างๆ ที่ได้ดำเนินการมาก็จะได้รับการตอบรับจากประชาชน แต่คงต้องแยกกับการออกมาใช้สิทธิในการเลือกตั้ง สส. ที่ผ่านมา เนื่องจาก สก. กับ สส. มีตัวแปรที่แตกต่างกัน
เมื่อถามว่าหวั่นใจหรือไม่สนามเลือกตั้ง สก. จะเปลี่ยนแปลงเหมือนสนามเลือกตั้ง สส. น.ส.ธีรรัตน์ กล่าวว่า ยังต้องยึดหลักในเรื่องการทำหน้าที่เพื่อประชาชน ส่วนเรื่องการตอบรับยังคงต้องมุ่งหวังว่าจะต้องเดินในทางที่ถูกต้องหรือทางที่ควรจะเป็น พรรคเพื่อไทยเป็นสถาบันการเมืองที่ต้องยืนหยัดทำงานต่อ ไม่ว่าประชาชนจะเลือกหรือไม่ก็ตาม



