ร.อ. ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวบรรยายพิเศษ หัวข้อ ” ปีมังกรทอง เกษตรกรไทย” งาน“Thailand 2024 The Great Challenges เพิ่มรายได้ ลดรายจ่าย ขยายโอกาส” ที่มีนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธานเปิดงาน ณ โรงแรมพูลแมน คิงเพาเวอร์ รางน้ำ กรุงเทพมหานคร ว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ทั้งหน่วยงานในสังกัดของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ยังคงเดินหน้า พร้อมบูรณาการร่วมกับทุกภาคส่วน เพื่อขับเคลื่อนภารกิจตามนโยบายด้านการเกษตรของ นายกรัฐมนตรี สู่ความสำเร็จอย่างต่อเนื่องตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ เพื่อช่วยเหลือ และแก้ไขปัญหาปากท้องของพี่น้องเกษตรกร ให้กินดีอยู่ดี มีคุณภาพชีวิตที่ดี ภายใต้นโยบาย เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้น 3 เท่า ภายในระยะเวลา 4 ปี ด้วย ซึ่งมีหลักการสำคัญ ได้แก่ 1. สร้างวิธีการทำงานสู่การปฏิบัติ 2. รับมือภัยธรรมชาติ 3. ปราบปรามการลักลอบนำเข้าสินค้าเกษตรผิดกฎหมาย 4. ยกระดับสินค้าเกษตร เสริมศักยภาพเกษตรกร และ5) จัดการทรัพยากรทางการเกษตร และการอำนวยความสะดวกด้านการเกษตร นอกจากนี้ การขับเคลื่อนนโยบายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ภายใต้ The Great Challenges ด้วยการเพิ่มรายได้ ลดรายจ่าย ขยายโอกาส ซึ่งสอดคล้องกับการดำเนินนโยบายของรัฐบาล จะเป็นการช่วยแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องเกษตรกร

ด้านนายไชยา พรหมา รมช.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวบรรยายในหัวข้อ “ลดรายจ่าย ลดเหลื่อมล้ำ” ว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้มีนโยบายในการพักหนี้ให้แก่เกษตรกร ถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นในการแก้ไขปัญหาดังกล่าว ถือเป็นโอกาสที่ดีแก่ผู้ที่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม นอกจากนี้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ยังดำเนินการตามนโยบายดังกล่าว ตั้งแต่ ต้นน้ำ กลางน้ำ ตลอดจนปลายน้ำ เพื่อลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ และขยายโอกาส พร้อมตัดวงจรหนี้นอกระบบแก่เกษตรกร ทั้งนี้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของท่าเรือในจังหวัดเพชรบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งจะผลักดันให้เป็นศูนย์กลางในการส่งออกสินค้าแปรรูปด้านปศุสัตว์ให้เป็นสินค้า Premium พร้อมเร่งดำเนินงานโครงการนำร่อง Kick off ส่งออกโคมีชีวิต 2,000 ตัว ไปยังประเทศเวียดนามเป็นที่แรก และยังทิ้งท้ายสโลแกน ว่า “ชีวิตของเกษตรกรในยุคนี้ จะต้องเป็นเกษตรยุคใหม่ที่มีคุณภาพ และอาชีพเกษตรกรรมจะต้องเป็นอาชีพที่สามารถสร้างรายได้ และเป็นหลักประกันในสังคม ในชีวิตให้ได้”
นอกจากนี้ รัฐบาลได้สร้างความเข้าใจในแนวทางการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ของประเทศไทย รวมทั้งทำให้สังคมมองเห็นถึงแนวทางการขับเคลื่อนของประเทศไทยในปัจจุบัน พร้อมผลักดันในการเดินไปข้างหน้าของประเทศไทยท่ามกลางสถานการณ์ที่ท้าทายในปี 2567



