สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงเทลอาวีฟ ประเทศอิสราเอล เมื่อวันที่ 28 ม.ค. ว่าสำนักงานบรรเทาทุกข์และจัดหางานของสหประชาชาติสำหรับผู้ลี้ภัยปาเลสไตน์ในตะวันออกใกล้ ( ยูเอ็นอาร์ดับเบิลยูเอ ) ออกแถลงการณ์ “วิตกกังวลอย่างมาก” ต่อการที่ผู้บริจาคหลายประเทศ พร้อมใจกันระงับมอบความสนับสนุนให้แก่ยูเอ็นอาร์ดับเบิลยูเอ สืบเนื่องจาก “กรณีที่เกิดขึ้นกับบุคลากร” และเน้นย้ำว่า ชาวปาเลสไตน์ยังคงต้องการความสนับสนุนจากประชาคมโลก


ขณะเดียวกัน ยูเอ็นอาร์ดับเบิลยูเอยืนยัน การเป็นองค์กรระหว่างประเทศ “เพื่อมนุษยธรรมอย่างแท้จริง” กระทรวงการต่างประเทศอิสราเอลออกแถลงการณ์ว่า การฟื้นฟูและขับเคลื่อนฉนวนกาซาในอนาคต ต้องอยู่ภายใต้การดูแลของหน่วยงานซึ่งมีวัตถุประสงค์ เพื่อสันติภาพและการพัฒนา “อย่างแท้จริง” ขณะที่กลุ่มฮามาสประณาม “การข่มขุ่คุกคาม” ที่เกิดขึ้นกับยูเอ็นอาร์ดับเบิลยูเอ


ทั้งนี้ ยูเอ็นอาร์ดับเบิลยูเอปลดเจ้าหน้าที่ชาวปาเลสไตน์ “จำนวนหนึ่ง” หลังตรวจสอบพบว่า บุคลากรกลุ่มนั้นมีส่วนร่วมกับกลุ่มฮามาส ในการก่อเหตุโจมตีภาคใต้ของอิสราเอล เมื่อวันที่ 7 ต.ค. 2566 และยืนยัน การไม่ลังเลที่จะดำเนินคดีตามกฎหมาย กับเจ้าหน้าที่คนใดก็ตาม “ซึ่งเกี่ยวข้องกับกิจกรรมก่อการร้าย” ส่วนนายอันโตนิโอ กูเตร์เรส เลขาธิการสหประชาชาติ สั่งทบทวนการทำงานของยูเอ็นอาร์ดับเบิลยูเอ


ด้านกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐออกแถลงการณ์ ระงับการมอบความสนับสนุนเพิ่มเติมให้แก่ยูเอ็นอาร์ดับเบิลยูเอ จนกว่าการสอบสวนจะลุล่วง และระบุด้วยว่า มีเจ้าหน้าที่ยูเอ็นอาร์ดับเบิลยูเอ “อย่างน้อย 12 คน” เกี่ยวข้องกับการก่อการร้ายในวันนั้น หลังจากนั้น อีกหลายประเทศ รวมถึงสหราชอาณาจักร และออสเตรเลีย ประกาศระงับมอบความสนับสนุนเช่นกัน


อนึ่ง ยูเอ็นอาร์ดับเบิลยูเอก่อตั้งเมื่อปี 2492 หรือหนึ่งปีหลังการสถาปนารัฐอิสราเอล ขณะที่รัฐบาลวอชิงตันมอบงบประมาณสนับสนุนการดำเนินงานขององค์กรแห่งนี้ 340 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ( ราว 12,114.20 ล้านบาท ) เมื่อปี 2565 ถือเป็นผู้บริจาครายใหญ่ที่สุด.

เครดิตภาพ : AFP