สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงดามัสกัส ประเทศซีเรีย เมื่อวันที่ 3 ก.พ. ว่า กองทัพซีเรียออกแถลงการณ์ เกี่ยวกับปฏิบัติการโจมตีทางอากาศของสหรัฐ ต่อเป้าหมายหลายแห่งในประเทศ เมื่อคืนวันศุกร์ที่ผ่านมา ว่า “ก่อให้เกิดความเสียหายอย่างมีนัยสำคัญ” ต่อทรัพย์สินทั้งที่เป็นของสาธารณะและส่วนบุคคล อีกทั้งส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต ซึ่งมีทั้งทหารและพลเรือน แต่ยังไม่มีการระบุจำนวนอย่างชัดเจน


ขณะเดียวกัน แถลงการณ์ของกองทัพซีเรียระบุเกี่ยวกับ การที่ทหารอเมริกันราว 900 นาย ยังคง “ยึดครอง” พื้นที่บางแห่งในซีเรีย โดยเฉพาะที่จังหวัดเดอีร์-เอส-ซอร์ ซึ่งอยู่ทางตะวันออก และเป็นแหล่งน้ำมัน “จะไม่สามารถเกิดขึ้นได้อีกต่อไป” พร้อมทั้งยืนยัน “ความมุ่งมั่นของกองทัพในการปลดปล่อยดินแดนทั้งหมดของซีเรีย จากกลุ่มก่อการร้ายและการยึดครอง”


ทั้งนี้ กองทัพสหรัฐปฏิบัติการโจมตีทางอากาศต่อเป้าหมายในอิรักและซีเรีย รวมกัน 85 แห่ง ที่มีความเชื่อมโยงกับกองกำลังนักรบคุดส์ ที่เป็นกองกำลังต่างชาติของกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิหร่าน (ไออาร์จีซี) โดยอากาศยานหลายลำที่ใช้ในปฏิบัติการ บินตรงจากสหรัฐไปยังตะวันออกกลาง และการโจมตีเป้าหมายทั้งหมดใช้เวลานานประมาณ 30 นาที


สำหรับวัตถุประสงค์ของปฏิบัติการครั้งนี้ เพื่อตอบโต้เหตุการณ์โดรนติดอาวุธ โจมตีสถานที่ซึ่งเรียกว่า “ทาวเวอร์ 22” เป็นฐานทัพสหรัฐ ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของจอร์แดน เมื่อปลายเดือน ม.ค. ที่ผ่านมา ส่งผลให้ทหารอเมริกันเสียชีวิตอย่างน้อย 3 นาย และมีเจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บอีกมากกว่า 40 นาย

อนึ่ง รัฐบาลวอชิงตันเชื่อว่า ขบวนการต่อต้านอิสลาม ซึ่งเป็นกองกำลังนักรบชีอะห์ในอิรัก และมีจุดยืนสนับสนุนอิหร่าน อยู่เบื้องหลังเหตุการณ์โจมตีดังกล่าว


ขณะที่ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ผู้นำสหรัฐ เน้นย้ำว่า สหรัฐไม่ประสงค์สร้างความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง และไม่ว่าที่อื่นใดบนโลก อย่างไรก็ตาม หากถูกโจมตีก่อน สหรัฐไม่ลังเลที่จะตอบโต้ ด้านองค์กรสังเกตการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนซีเรีย (เอสโอเอชอาร์) รายงานว่า ปฏิบัติการโจมตีของกองทัพสหรัฐ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 18 ราย ทั้งหมดเป็นสมาชิกกองกำลังฝักใฝ่อิหร่าน.

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES