สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานจากกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส เมื่อวันที่ 6 ก.พ. ว่า โออีซีดี คาดการณ์การขยายตัวทางเศรษฐกิจไว้ที่ 2.9% จากการคาดการณ์ครั้งก่อนหน้าที่ 2.7% เมื่อเดือน พ.ย. 2566 เนื่องจากองค์การปรับแนวโน้มเศรษฐกิจของสหรัฐขึ้นอย่างมาก
การเติบโตทั่วโลกได้รับการพิสูจน์แล้วว่า “สามารถฟื้นตัวได้อย่างไม่คาดคิด” ในปีที่แล้ว โดยเพิ่มขึ้นถึง 3.1% เพราะอัตราเงินเฟ้อลดลงเร็วกว่าที่คาดการณ์ไว้ ประกอบกับการเติบโตที่แข็งแกร่งในสหรัฐ และตลาดเกิดใหม่หลายแห่ง ช่วยชดเชยการชะลอตัวของประเทศในยุโรป
#UPDATE The OECD has raised its 2024 world economic growth forecast but warned that the Middle East conflict posed a risk, with disruptions in Red Sea shipping threatening to increase consumer prices.https://t.co/f3ztWDjzM0
— AFP News Agency (@AFP) February 5, 2024
อย่างไรก็ตาม โออีซีดี ระบุว่า ตัวชี้วัดเผยให้เห็นถึงการเติบโต “ระดับปานกลาง” ซึ่งอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้น ส่งผลกระทบต่อตลาดสินเชื่อและที่อยู่อาศัย ขณะที่การค้าทั่วโลกยังคงซบเซา
นอกจากนี้ องค์การยังเน้นย้ำถึงภัยคุกคาม จากสงครามระหว่างอิสราเอลกับกลุ่มฮามาส ในฉนวนกาซา รวมถึงการโจมตีเรือบรรทุกสินค้า และเรือลาดตระเวนในทะเลแดง ของกลุ่มฮูตี
“ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ในระดับสูง เป็นความเสี่ยงระยะสั้นที่มีนัยสำคัญต่อกิจกรรมและภาวะเงินเฟ้อ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรณีที่ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ส่งผลกระทบต่อตลาดพลังงาน” รายงานของโออีซีดี ระบุ “ความขัดแย้งที่ขยายวงกว้างหรือบานปลาย อาจขัดขวางการขนส่งในวงกว้างกว่าที่คาดไว้ในปัจจุบัน ทำให้ปัญหาคอขวดของอุปทานรุนแรงกว่าเดิม และผลักดันราคาพลังงานให้สูงขึ้น หากการจราจรในเส้นทางสำคัญสำหรับการขนส่งน้ำมันและก๊าซ จากตะวันออกกลาง ไปยังเอเชีย, ยุโรป และอเมริกา เกิดการติดขัด”
โออีซีดี ระบุเสริมว่า การโจมตีในทะเลแดง เพิ่มต้นทุนการขนส่งอย่างรวดเร็ว เนื่องจากบริษัทต่าง ๆ ต้องเปลี่ยนเส้นทางเดินเรือของพวกเขา ซึ่งหากการเพิ่มขึ้นยังดำเนินต่อไป มันอาจเพิ่มอัตราเงินเฟ้อของราคาผู้บริโภคอีก 0.4% หลังผ่านไปประมาณ 1 ปี.
เครดิตภาพ : AFP



