สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงอิสลามาบัด ประเทศปากีสถาน เมื่อวันที่ 11 ก.พ.ว่าคณะกรรมการการเลือกตั้งปากีสถานประกาศผลอย่างเป็นทางการ ของการเลือกตั้งทั่วไป ซึ่งมีการลงคะแนนเมื่อวันที่ 8 ก.พ. ที่ผ่านมา ปรากฏว่า ผู้สมัครอิสระที่มีความเชื่อมโยงกับพรรคเตห์รีค-อี-อินซาฟ (พีทีไอ) ของนายอิมราน ข่าน อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งถูกแบนจากการเลือกตั้งครั้งนี้ ได้รับการเลือกตั้งเข้ามามากที่สุด 101 ที่นั่ง
ตามด้วยพรรคสันนิบาตมุสลิมปากีสถาน-นาวาซ (พีเอ็มแอล-เอ็น) ของอดีตนายกรัฐมนตรีนาวาซ ชารีฟ ได้รับการเลือกตั้ง 75 ที่นั่ง ขณะที่พรรคประชาชนปากีสถาน (พีพีพี) ของนายพิลาวัล บุตโต บุตรชายของอดีตนายกรัฐมนตรีเบนาซีร์ บุตโต ได้รับเลือกตั้งเข้ามา 54 ที่นั่ง ส่วนที่เหลือเป็นของพรรคการเมืองขนาดกลาง พรรคขนาดเล็ก และผู้สมัครอิสระคนอื่น
He may remain behind bars, but Thursday’s election in Pakistan shows Imran Khan is far from done as a political force https://t.co/T7PkA3YL8W
— TIME (@TIME) February 11, 2024
การที่ไม่มีพรรคใดสามารถครองเสียงข้างมากพรรคเดียว คืออย่างน้อย 169 ที่นั่ง จากทั้งหมด 336 ที่นั่ง หมายความว่า การจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่ต้องเป็นรัฐบาลผสม และตอนนี้ยังไม่มีความชัดเจน ว่าใครจะมีโอกาสได้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนใหม่
ด้านพรรคพีทีไอประกาศเรียกร้องมวลชนฝ่ายสนับสนุน ให้ร่วมกันประท้วงตามหน่วยเลือกตั้งทั่วประเทศ “เนื่องจากการนับและเผยแพร่ผลคะแนนที่ล่าช้ากว่ากำหนด” เรียกเสียงเตือนจากตำรวจ ส่วนเทศบาลกรุงอิสลามาบัด
อนึ่ง กองทัพปากีสถานเผยแพร่แถลงการณ์ของ พล.อ.ไซเอ็ด อาซิม มูเนียร์ ประธานคณะเสนาธิการทหารร่วมปากีสถาน แสดงความยินดีที่การเลือกตั้งทั่วไปครั้งนี้ “ผ่านพ้นไปด้วยดีและประสบความสำเร็จ” ปากีสถานต้องการ “ความมั่นคง” ซึ่งจะสามารถนำพาบ้านเมืองให้หลุดพ้นจาก “อนาธิปไตยและการแบ่งแยก”
การเลือกตั้ง “ไม่ใช่การแข่งขันแบบชี้ขาดมีผู้แพ้หรือผู้ชนะ” แต่เป็นการใช้สิทธิตามอำนาจของประชาชน ดังนั้น บรรดานักการเมืองควรพยายามบริหารประเทศ เพื่อประโยชน์ของประชาชนเป็นหลัก ซึ่งเป็นหนทางเดียวที่น่าจะทำให้กลไกประชาธิปไตย สามารถขับเคลื่อนและบรรลุตามเป้าหมาย
ทั้งนี้ กองทัพปากีสถานมีอิทธิพลอย่างมากต่อภูมิทัศน์การเมืองของประเทศ ซึ่งเคยอยู่ภายใต้การปกครองของรัฐบาลทหารหลายชุด เป็นระยะเวลานานรวมเกือบครึ่งหนึ่งของประวัติศาสตร์ประเทศ นับตั้งแต่ได้รับเอกราชจากอินเดีย เมื่อปี 2490.
เครดิตภาพ : AFP



