นายบัญชา สุขแก้ว อธิบดีกรมประมง กล่าวว่า กรมประมงออกประกาศ เรื่อง กําหนดหลักเกณฑ์และวิธีการในการวางประกันแทนการยึด เครื่องมือทําการประมงหรือกักเรือประมง พ.ศ. 2566 ลงวันที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2566 เป็นครั้งเเรก เพื่อเป็นการปลดล็อกข้อจำกัดในช่วงที่ชาวประมงออกเรือไม่ได้ โดยใช้ “การวางหลักประกัน” แทน เรือประมง ที่จะต้องถูกกัก หรือ ยึด เป็นการช่วยให้พี่น้องชาวประมงสามารถนำเรือออกไปทำการประมงได้ ไม่สูญเสียรายได้ ระหว่างช่วงพิจารณาคดี
สำหรับหลักเกณฑ์ประกาศฉบับนี้ เจ้าของเรือสามารถยื่นคําขอวางประกัน ณ สํานักงานประมงจังหวัด ในพื้นที่ที่เครื่องมือทําการประมงหรือเรือประมงถูกยึด หรือ ติดต่อเจ้าหน้าที่กองบริหารจัดการเรือประมงและการทำการประมง กรณีเป็นเรือประมงนอกน่านน้ำ ให้ติดต่อเจ้าหน้าที่กองบริหารจัดการทรัพยากรและกำหนดมาตรการ โดยหลักประกันที่สามารถใช้วางประกันได้นั้น ต้องเป็นทรัพย์สินอย่างหนึ่งอย่างใด ดังต่อไปนี้
1. เงินสด 2. แคชเชียร์เช็ค 3. หนังสือค้ำประกันของธนาคาร (bank guarantee) 4. ที่ดินมีโฉนดหรือหนังสือรับรองการทําประโยชน์ 5. ที่ดินมีโฉนดหรือหนังสือรับรองการทําประโยชน์และสิ่งปลูกสร้าง 6. ห้องชุดมีหนังสือแสดงกรรมสิทธิ์ 7. พันธบัตรรัฐบาลไทย 8. หุ้นหรือหุ้นกู้ที่ออกโดยนิติบุคคลที่มีกฎหมายเฉพาะจัดตั้งขึ้น 9. หลักทรัพย์มีค่าที่กําหนดราคามูลค่าแน่นอน เช่น สลากออมสิน บัตรหรือสลากออมทรัพย์ทวีสินของ ธ.ก.ส. ใบรับเงินฝากประจําธนาคาร ตั๋วแลกเงินที่ธนาคารเป็นผู้จ่ายและธนาคารผู้จ่ายได้รับรองตลอดไป ตั๋วสัญญาใช้เงิน ที่ธนาคารเป็นผู้ออก ตั๋วเช็คที่ธนาคารเป็นผู้สั่งจ่ายและรับรองซึ่งสามารถเรียกเก็บเงินได้ในวันที่ทําสัญญาประกัน หนังสือรับรองของธนาคารหรือบริษัทประกันภัยเพื่อชําระเบี้ยปรับแทนกรณีผิดสัญญาประกัน หรือหลักทรัพย์อื่นที่มีลักษณะทํานองเดียวกัน 10. บุคคลค้ำประกัน ซึ่งต้องเป็นผู้มีตําแหน่งหน้าที่การงานหรือมีรายได้แน่นอน เช่น ข้าราชการ ข้าราชการบํานาญ สมาชิกรัฐสภา ผู้บริหารท้องถิ่น เป็นต้น
ทั้งนี้ ประกาศดังกล่าวมีผลบังคับใช้ตั้งเเต่ 10 กุมภาพันธ์ 2567 เป็นต้นไป โดยกรมประมงเชื่อมั่นว่าประกาศ ฉบับนี้ จะสามารถบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องชาวประมงได้ ซึ่งกรมประมงพร้อมรับฟังและแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องชาวประมงอยู่เสมอ จากนี้จะเร่งดำเนินการให้ประมงจังหวัด และประมงอำเภอในพื้นที่ สร้างความเข้าใจและประชาสัมพันธ์ให้ชาวประมงได้รับทราบถึงสิทธิตามกฎหมายดังกล่าว เพื่อสร้างความมั่นคง ด้านอาชีพประมง และด้านเศรษฐกิจของประเทศต่อไป โดยสามารถสแกน QR-Code หรือโทรฯ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ได้ที่ : กองกฎหมาย กรมประมง โทร 0-2561-2928 และกองบริหารจัดการทรัพยากรและกำหนดมาตรการ กรมประมง โทร. 0-2561-2341, 08-2649-7981, 06-4695-3360



