แหล่งข่าวจาก สำนักงาน กสทช. เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะอนุกรรมการด้านกิจการดาวเทียม เมื่อ 13 ก.พ. ที่ผ่านมา ได้พิจารณาการปรับปรุง (ร่าง) ประกาศฯ หลักเกณฑ์และวิธีการอนุญาตให้ใช้สิทธิในการเข้าใช้วงโคจรดาวเทียม ในลักษณะจัดชุด (แพ็กเกจ) ที่เหลือจากการประมูลครั้งที่แล้ว คือ ตำแหน่งวงโคจร 50.5, 51 และ 142 องศาตะวันออก หลังได้รับฟังความคิดเห็นสาธารณะ ไปเมื่อช่วงเดือน พ.ย. 66 โดยมีประเด็นหลัก ดังนี้  1. คุณสมบัติของผู้ขอรับอนุญาต ยังคงเดิมเพื่อผ่อนคลายเพื่อให้ผู้ประกอบการรายใหม่เข้ามาได้ แต่คงมีมาตรการบังคับที่เข้ม กรณีที่ได้ไปแล้วไม่สามารถดำเนินการได้ 

2. วิธีการคัดเลือก ยังคงใช้วิธีการประมูล โดยมีราคาขั้นต้นที่ปรับในส่วนของราคาโอกาสในการทำธุรกิจออก ให้เหลือเฉพาะต้นทุนที่รัฐได้ใช้ไปในการได้ข่ายงานดังกล่าว และมีการเสนอทางเลือกที่ 1 คือ การใช้ราคารูปแบบเคาะราคาเช่นเดิม หรือทางเลือกที่ 2 คือ การเสนออัตราผลตอบแทนให้กับรัฐ เป็น X% โดยมีขั้นต่ำเริ่มที่ 2.5%

แหล่งข่าวจาก สำนักงาน กสทช. กล่าวต่อว่า สำหรับเกณฑ์ที่ 3. ข้อกำหนดให้มีดาวเทียมเป็นของตนเอง ได้ปรับจากเดิม 3 ปี เป็น 5 ปี เพื่อให้มีระยะเวลาในการดำเนินการที่ผ่อนคลายมากขึ้น เนื่องจากพื้นที่ให้บริการของดาวเทียมในครั้งนี้อยู่ต่างประเทศ อย่างไรก็ตาม เงื่อนไขในการนำคลื่นความถี่ขึ้นใช้งานกับดาวเทียมเพื่อรักษาสิทธิวงโคจรยังคงต้องดำเนินการให้เป็นไปตามข้อบังคับ ไอทียู เช่นเดิม และ 4. เงื่อนไขอื่นๆ เช่น การจัดตั้งสถานีควบคุมดาวเทียมและการให้เพิ่มเติ่ม การอนุญาต สถานีควบคุม การบริการจัดการดาวเทียมนอกประเทศไทย รวมทั้งการกำหนดให้มีช่องสัญญาณสำหรับการให้บริการสาธารณะ และประโยชน์ของรัฐ ยังคงมีไม่น้อยกว่า 400 เมกะบิตต่อวินาที หรือ 1 ทรานสปอนเดอร์ เช่นเดิม โดยจากนี้สำนักงาน กสทช. จะได้สรุปผลจากการประชุมคณะอนุกรรมการฯ และนำเสนอต่อที่ประชุมบอร์ด กสทช. เพื่อพิจารณาอนุมัติต่อไป เนื่องจากระยะเวลาในการรักษาสิทธิดังกล่าวได้กระชั้นและต้องดำเนินการให้ได้ภายในปีนี้

“ที่ผ่านมา กสทช. และ สำนักงาน กสทช.ที่รับผิดชอบในเรื่องนี้ ได้เร่งรัดดำเนินการดังกล่าวแล้ว แต่ไม่สามารถนำเสนอต่อที่ประชุม กสทช. ได้ เนื่องจากคณะอนุกรรมการด้านกิจการดาวเทียม ที่มี นายสมภพ ภูริวิกรัยพงศ์ กสทช. เป็นประธาน ได้หมดวาระไปเมื่อ 18 พ.ย.66 และได้มีการเร่งรัดให้สำนักงาน กสทช. บรรจุวาระ เรื่อง การขยายระยะเวลาของคณะอนุกรมการฯ เพื่อมาทำหน้าที่ดังกล่าวแล้ว ซึ่ง ประธาน กสทช. เพิ่งอนุมัตินำวาระเข้าและลงนามในคำสั่งเมื่อ 6 ก.พ.67 นี้ ทำให้คณะอนุกรรมการฯ เพิ่งประชุมเพื่อพิจารณาได้ เมื่อ 13 ก.พ.67 ที่ผ่านมา”