สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ เมื่อวันที่ 10 เม.ย. ว่า ชาวเกาหลีใต้ผู้มีสิทธิออกเสียงเลือกตั้ง ราว 44 ล้านคน ทยอยออกไปใช้สิทธิลงคะแนนเลือกตั้งสมาชิกสภาแห่งชาติชุดใหม่ 300 ที่นั่ง ระหว่างเวลา 06.00-18.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น (04.00-16.00 น. ตามเวลาในประเทศไทย) โดยเกณฑ์ขั้นต่ำของการครองเสียงข้างมาก คืออย่างน้อย 151 ที่นั่ง
ในการเลือกตั้งครั้งก่อนหน้า เมื่อปี 2563 พรรคประชาธิปไตยเกาหลี (ดีพี) ของนายอี แจ-มยอง ได้รับการเลือกตั้งเข้ามามากที่สุด 156 ที่นั่ง ขณะที่พรรคพลังประชาชน (พีพีพี) ซึ่งเป็นพรรครัฐบาลชุดปัจจุบัน ได้รับการเลือกตั้ง 114 ที่นั่ง
ขณะที่ผลสำรวจความคิดเห็นโดยศูนย์วิจัยหลายแห่ง และสำนักข่าวชั้นนำของเกาหลีใต้ เมื่อช่วงต้นของการหาเสียง เมื่อปลายเดือนที่แล้ว เป็นไปในทางเดียวกัน ว่าพันธมิตรฝ่ายค้าน อาจได้รับการเลือกตั้งรวมกันไม่ต่ำกว่า 200 ที่นั่ง เพิ่มอำนาจให้กับฝ่ายนิติบัญญัติ ที่ฝ่ายค้านครองเสียงข้างมากตั้งแต่ปี 2559 ในการปัดตกอำนาจวีโต้ของประธานาธิบดี และสภาแห่งชาติมีอำนาจถอดถอนประธานาธิบดีด้วย
หากเป็นไปตามโพลจริง จะยิ่งเป็นการตอกย้ำความเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อยของพรรคพลังประชาชน ที่มีประธานาธิบดียุน ซอก-ยอล อยู่ในตำแหน่งผู้นำ แต่คะแนนนิยมอยู่ในระดับต่ำ นับตั้งแต่ชนะการเลือกตั้ง และรับตำแหน่งเมื่อปี 2565 โดยเฉือนชนะนายอี แจ-มยอง ไปเพียง 0.73%
ทั้งนี้ การขับเคลื่อนนโยบายต่างประเทศของรัฐบาลเกาหลีใต้ ไม่ได้เป็นปัจจัยหลักประกอบการตัดสินใจของประชาชน แต่เป็นเรื่องของปัญหาภายในประเทศ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องปากท้อง ซึ่งอัตราเงินเฟ้อยังอยู่ในระดับสูง และการคอร์รัปชัน จากการที่แกนนำหลายคนของพันธมิตรฝ่ายค้านกำลังถูกตรวจสอบ
นอกจากนี้ นางคิม คอน-ฮี สุภาพสตรีหมายเลขหนึ่ง เผชิญกับข้อครหารับกระเป๋าหรูเป็นของกำนัล และเอกอัครราชทูตเกาหลีใต้ประจำออสเตรเลียลาออก หลังมีการตั้งคำถามเกี่ยวกับการได้รับการแต่งตั้งระหว่างถูกตรวจสอบเรื่องการทุจริต
อนึ่ง ประธานาธิบดีเกาหลีใต้มีวาระเพียงสมัยเดียว และประธานาธิบดียุน ซอก-ยอล จะครบวาระการดำรงตำแหน่งในปี 2570.
เครดิตภาพ : AFP





